<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เครื่องสำอาง โรงงานผลิตเครื่องสำอาง สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โรงงานเครื่องสำอาง รับผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง เวชสำอางมาตรฐาน GMP, ISO, Cosmeceutical Skincare OEM : บริษัท คอสมาพรอฟ จำกัด &#187; แสงแดด</title>
	<atom:link href="http://www.cosmaprof.co.th/tag/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cosmaprof.co.th</link>
	<description>Cosmeceutical Skincare OEM : Cosmaprof Professional Cosmetics</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 17:01:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ฝ้า (Melasma)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2-melasma/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2-melasma/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Dec 2011 17:01:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[กระ]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมกันแดด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาคุมกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[รอยหมองคล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุของการเกิดฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=1257</guid>
		<description><![CDATA[ฝ้า เป็นปื้นสีนํ้าตาลอยู่บนใบหน้า บริเวณแก้ม เหนือริมฝีปาก จมูก และคาง บริเวณที่ถูกแสงแดด การเกิดฝ้าขึ้นกับปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย จึงมักพบว่ามักเกิดฝ้าขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ หรือหลังรับประทานยาคุมกำเนิด ฝ้ามักเป็นมากขึ้น หรือสีคลํ้าขึ้น เมื่อใบหน้าถูก แสงแดด หลังการคลอดบุตร หรือหยุดยาคุมกำเนิด ฝ้าอาจจางลงได้บ้าง มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในอัดราส่วน 12:1 พบมากในวัยกลางคน อายุ ประมาณ 30-40 ปี ปัญหาฝ้า เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ในสตรีวัยกลางคน ผู้มีปัญหาผิวแห้ง ออกแดด ฮอร์โมนผิดปกติ หรือ การใช้ยาคุมกำเนิด และมักเป็นเรื้อรังไม่ค่อยหายขาด ถ้าไม่หลีกเลี่ยงสาเหตุ และทำการรักษาที่ถูกต้อง สาเหตุของการเกิดฝ้า 1. แสงแดด เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แสงอุตราไวโอเลตทั้งเอ บี และแสง Visible Light เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้น การละเลยผิวหน้า ไม่ได้ทาครีมกันแดด หรือ เครื่องป้องกัน อาทิ หมวก ร่ม ทำให้เซลล์เม็ดสี [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2-melasma/' addthis:title='ฝ้า (Melasma)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2161" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2-melasma/melasma/" rel="attachment wp-att-2161"><img src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/05/Melasma.jpg" alt="Melasma : ฝ้า" title="Melasma" width="200" height="185" class="size-full wp-image-2161" /></a><p class="wp-caption-text">Melasma : ฝ้า</p></div>
<p><strong>ฝ้า</strong> เป็นปื้นสีนํ้าตาลอยู่บนใบหน้า บริเวณแก้ม เหนือริมฝีปาก จมูก และคาง บริเวณที่ถูกแสงแดด  การเกิดฝ้าขึ้นกับปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย จึงมักพบว่ามักเกิดฝ้าขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ หรือหลังรับประทานยาคุมกำเนิด ฝ้ามักเป็นมากขึ้น หรือสีคลํ้าขึ้น เมื่อใบหน้าถูก แสงแดด หลังการคลอดบุตร หรือหยุดยาคุมกำเนิด ฝ้าอาจจางลงได้บ้าง มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในอัดราส่วน 12:1 พบมากในวัยกลางคน อายุ ประมาณ 30-40 ปี   ปัญหาฝ้า เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ในสตรีวัยกลางคน ผู้มีปัญหาผิวแห้ง ออกแดด ฮอร์โมนผิดปกติ หรือ การใช้ยาคุมกำเนิด และมักเป็นเรื้อรังไม่ค่อยหายขาด ถ้าไม่หลีกเลี่ยงสาเหตุ และทำการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p><strong><a href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/03/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2/">สาเหตุของการเกิดฝ้า</a></strong></p>
<p><strong>1. แสงแดด</strong> เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แสงอุตราไวโอเลตทั้งเอ บี และแสง Visible Light เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้น การละเลยผิวหน้า ไม่ได้ทาครีมกันแดด หรือ เครื่องป้องกัน อาทิ หมวก ร่ม ทำให้เซลล์เม็ดสี ต้องสร้างเม็ดสีเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวี จึงเกิดฝ้า กระ รอยหมองคล้ำตามมา</p>
<p><span id="more-1257"></span></p>
<p><strong> 2. ผิวแห้งขาดการบำรุง </strong>ทำให้ผิวหน้าขาดความสมดุลย์ของน้ำหล่อเลี่ยงผิว ทำให้หน้ากร้านแดด ขาดภูมิคุ้มกัน</p>
<p><strong>3. ฮอรโมน</strong> เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน จากการตั้งครรภ์ หรือ รับประทานยาคุมกำเนิด อาจทำให้เกิดฝ้าได้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้</p>
<p><strong>4. เครื่องสำอาง</strong> การแพ้ส่วนผสมของเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้ ส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นพวกสารให้กลิ่นหอม หรือสี</p>
<p><strong>5. พันธุ์กรรม</strong> เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นในครอบครัวได้ถึง ร้อยละ 30-50 และพบบ่อยในคนเอเซีย</p>
<p>Tag: <a href="http://www.cosmaprof.co.th/Antif-A/">ครีมทาฝ้า</a>, <a href="http://www.cosmaprof.co.th/Antif-A/">ครีมรักษาฝ้า</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2-melasma/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการรักษาสิว</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/10/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/10/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2011 17:01:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รอยแผลเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาผิวพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการรักษาสิว]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[ป้องกัน และ รักษาสิวด้วยตัวเอง 
"สิว" เรื่องเล็กที่ไม่เล็กสำหรับสาวๆ เพราะเป็นขึ้นมาทีไร ไม่ค่อยจะ ยอมหาย ไปง่ายๆ แถมยังชอบขึ้นในจุดเด่นๆ ให้ใครๆ ทัก จนเจ้าของ (สิว) อดจะกระอักกระอ่วนใจไม่ได้ แต่ต่อไปนี้คุณไม่ต้องลำบากใจกับเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว เพราะเรามีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ ทั้งยามก่อนและ หลังเป็นสิว มาให้ทดลอง ทำกันตั้งหลายวิธี ยังไงๆ ก็ต้องมีที่เหมาะ กับคุณสักข้อละน่า <div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/10/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='วิธีการรักษาสิว' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1842" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-1842" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/10/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/skin-diagram-acne/"><img class="size-full wp-image-1842" title="skin-diagram-acne" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/01/skin-diagram-acne.jpg" alt="Skin Diagram Acne" width="200" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Skin Diagram Acne</p></div>
<p><strong>ป้องกัน และ รักษาสิวด้วยตัวเอง </strong><br />
&#8220;สิว&#8221; เรื่องเล็กที่ไม่เล็กสำหรับสาวๆ เพราะเป็นขึ้นมาทีไร ไม่ค่อยจะ ยอมหาย ไปง่ายๆ แถมยังชอบขึ้นในจุดเด่นๆ ให้ใครๆ ทัก จนเจ้าของ (สิว) อดจะกระอัก กระอ่วนใจไม่ได้ แต่ต่อไปนี้คุณไม่ต้องลำบากใจกับเรื่องเหล่านี้อีกแล้วเพราะเรามีวิธีดูแลรักษาผิวพรรณ ทั้งยามก่อนและหลังเป็นสิวมาให้ทดลองทำกันตั้งหลายวิธี ดังนี้</p>
<p><strong>เรียนรู้และเข้าใจ &#8220;สิว&#8221; </strong><br />
สิว เกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักเป็นมากที่สุดกับวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-24 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว พออายุย่างเข้าเลขสาม สิวก็มักจะค่อยๆ หายไปเอง ยกเว้น ในบางช่วง ที่ระดับฮอร์โมน ผันแปร เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็อาจมีมาให้เห็นบ้างประปราย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร</p>
<p>แต่ถ้าใครเป็นสิว แล้วไม่หายสักที สันนิษฐาน ไว้ก่อนได้เลยว่า อาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ อันนี้รักษาเองไม่มีทางหายแน่ ควรรีบไปปรึกษา คุณหมอวิเคราะห์เจาะลึกกัน ไปเลยว่าใช้ยาอะไรดี</p>
<p><span id="more-120"></span>ถ้านอกเหนือจากกรณีนี้ ทดลองวิธีป้องกันและรักษาสิว คงมีสักข้อที่เหมาะกับคุณ</p>
<p><strong>ป้องกัน และ รักษา&#8221;สิว&#8221; </strong><br />
<strong>ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี</strong><br />
1. ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์อย่างอ่อน วันละ 2 ครั้งเท่านั้น คือ 1 ครั้งในตอนเช้า และอีก 1 ครั้งในตอนเย็นหรือก่อนนอน ถ้าไม่แน่ใจว่า จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี ให้ลองปรึกษาคุณหมอ</p>
<p>2. ล้างหน้าทุกครั้ง หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก แต่เน้นว่า ล้างด้วย น้ำเปล่าเท่านั้น</p>
<p>3. งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด-ถู ทั้งหลายให้หมด รวมทั้งสบู่ที่ค่อน ข้างแรง เพราะนอกจากไม่ช่วยให้สิวหาย ยังอาจทำให้ระคายเคือง หรือติดเชื้อ มากขึ้น กว่าเดิม</p>
<p>4. เมื่อใช้คลีนเซอร์ล้างหน้า ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มี คราบตกค้าง<br />
และการล้างหน้าต้องล้างให้ขึ้นไปตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรก ที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไป สำหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน</p>
<p><strong>หลีกเลี่ยงการสัมผัสหัวสิว </strong><br />
การสัมผัสที่หัวสิว ไม่ว่าจะเป็นจับเพราะ อยากรู้ว่าเจ็บหรือเปล่า, จับเพราะ เห็นว่า ขนาดมันเริ่มโตขึ้น หรือจับเพราะคันไม่คันมือ อยากจะบีบมันออก ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว นอกจากไม่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ยังส่งผลเสียใน ระยะยาว คือทำให้เกิดแผลเป็นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นบนหน้า ถ้าไม่อยาก มีรอยแผลเป็นเอาไว้เตือนใจละก็ ดูแต่ตา (มืออย่าต้อง) เป็นดีที่สุด</p>
<p><strong>ไม่ควรอาบแดด </strong><br />
หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่า อาบแดด ช่วยให้สิวยุบ จริงๆแล้วไม่เกี่ยว กันเลย แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะสีผิวที่คล้ำขึ้น ทำให้มองเห็นเม็ดสิว ไม่ชัด และแสงแดดทำให้ผิวแห้งขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะพูดถึงผลระยะยาว การอาบแดดน่ะมีแต่ภัยร้ายทั้งนั้น ทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย แถมยังอาจ มีมะเร็งผิวหนังเป็นของแถม และสำหรับคนที่ทายาแก้สิว การถูกแสงแดด แรงๆ จะทำให้ผิวไหม้เสียด้วยซี เห็นไหมว่าไม่มีข้อดีเลย เก็บผิวไว้สู้แดด ตอนที่สิวหายแล้วจะดีกว่า</p>
<p><strong>เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสม</strong><br />
1. ช่วงที่รักษาสิว ถ้าจะให้ได้ผลดี ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอาง ประเภท ปราศจากน้ำมัน (oil-free) ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น, บรัชออน, อายแชว์โดว์ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์<br />
2. อย่าตื่นตกใจ ถ้าช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ของการ รักษาสิว อาจจะทารองพื้นยากไปสักนิด เพราะตัวยาบางประเภท เช่น topical tretinoin หรือ benzoyl poroxide ทำให้ผิวแดง หรือเป็น สะเก็ด แต่ไม่นานอาการนี้จะหายไปเอง<br />
3. งดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผมสักระยะ เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักตกค้างอยู่ ที่ตีนผม ให้เกิดสิว หรือก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น -เลือกใช้เครื่อง สำอางที่มีป้ายบอกว่า noncomedogenic (ไม่ก่อให้เกิดสิว)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/10/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักษาฝ้าเพื่อหน้าสวย</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Aug 2011 10:50:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับหน้าใส]]></category>
		<category><![CDATA[UV]]></category>
		<category><![CDATA[การตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมกันแดด]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยาคุมกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รังสีอัลตราไวโอเลต]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินเอ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=2950</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ฝ้า&#8221; เมื่อได้ยินคำนี้ผู้หญิงหลายคนคงไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากเจอกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าต้องมาเป็นบนใบสวย ๆ คงจะอดไม่ได้ที่จะกลุ้มอกกลุ้มใจกันเหลือเกิน ฉะนั้นวันนี้เราจึงมีคำแนะนำในการ รักษาฝ้า แต่ก่อนหน้านั้นเรามาำการรู้จักกับ ฝ้า กันก่อนค่ะ ฝ้า คือ แผ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มบนใบหน้ามักพบที่แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปากและคาง นอกจากนี้อาจพบได้ที่คอและแขนด้านนอกพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์และในวัย 30 และ 40 ปีขึ้นไป ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้ามีการสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติด้วย รักษาฝ้า ควรแนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมาก (เวลาอยู่กลางแจ้งควรใส่หมวกหรือกางร่ม) ควรหลบแสงไฟแรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมและเครื่องสำอางที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอและ อย่าเครียด การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีโดยไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีและ เร่งเซลล์ผิวหนังชั้นบนซึ่งมีเม็ดสีเมลานินที่สร้างขึ้นมาแล้วให้หลุดลอกออก ไป (ยารักษาฝ้าในปัจจุบันมักประกอบด้วยสารหลายชนิดที่สำคัญคือ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) กรดวิตามินเอและสเตอรอยด์เป็นยารักษาฝ้าที่มีประสิทธิภาพดีแต่อาจเกิดผลข้าง เคียงจากการระคายเคืองได้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์) การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้ามากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดที่มี ค่าป้องกันสูง หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง และน้ำหอมที่มีฮอร์โมนหรือสเตอรอยด์เป็นส่วนผสม การลอกฝ้าควรใช้ในรายที่แพทย์เห็นสมควรโดยใช้ยาลอกฝ้า ได้แก่ ไฮโดรควิโนนขนาด 2-4% ทาวันละ 2 ครั้งจะช่วยลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ยานี้อาจทำให้แพ้ได้ [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/' addthis:title='รักษาฝ้าเพื่อหน้าสวย' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3078" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3078" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/for01/"><img class="size-full wp-image-3078" title="รักษาฝ้าเพื่อหน้าสวย" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/For01.jpg" alt="รักษาฝ้าเพื่อหน้าสวย" width="200" height="228" /></a><p class="wp-caption-text">รักษาฝ้าเพื่อหน้าสวย</p></div>
<p>&#8220;ฝ้า&#8221; เมื่อได้ยินคำนี้ผู้หญิงหลายคนคงไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากเจอกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าต้องมาเป็นบนใบสวย ๆ คงจะอดไม่ได้ที่จะกลุ้มอกกลุ้มใจกันเหลือเกิน ฉะนั้นวันนี้เราจึงมีคำแนะนำในการ รักษาฝ้า แต่ก่อนหน้านั้นเรามาำการรู้จักกับ ฝ้า กันก่อนค่ะ</p>
<p><strong>ฝ้า คือ</strong> แผ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มบนใบหน้ามักพบที่แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปากและคาง นอกจากนี้อาจพบได้ที่คอและแขนด้านนอกพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์และในวัย 30 และ 40 ปีขึ้นไป</p>
<p>ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้ามีการสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติด้วย</p>
<p><strong>รักษาฝ้า</strong><br />
ควรแนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมาก (เวลาอยู่กลางแจ้งควรใส่หมวกหรือกางร่ม) ควรหลบแสงไฟแรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมและเครื่องสำอางที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอและ อย่าเครียด</p>
<p>การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีโดยไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีและ เร่งเซลล์ผิวหนังชั้นบนซึ่งมีเม็ดสีเมลานินที่สร้างขึ้นมาแล้วให้หลุดลอกออก ไป (ยารักษาฝ้าในปัจจุบันมักประกอบด้วยสารหลายชนิดที่สำคัญคือ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) กรดวิตามินเอและสเตอรอยด์เป็นยารักษาฝ้าที่มีประสิทธิภาพดีแต่อาจเกิดผลข้าง เคียงจากการระคายเคืองได้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์)</p>
<p><span id="more-2950"></span></p>
<p>การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้ามากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดที่มี ค่าป้องกันสูง หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง และน้ำหอมที่มีฮอร์โมนหรือสเตอรอยด์เป็นส่วนผสม</p>
<p>การลอกฝ้าควรใช้ในรายที่แพทย์เห็นสมควรโดยใช้ยาลอกฝ้า ได้แก่ ไฮโดรควิโนนขนาด 2-4% ทาวันละ 2 ครั้งจะช่วยลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ยานี้อาจทำให้แพ้ได้ จึงควรทดสอบโดยทาที่แขนแล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน(ห้ามล้างออก) ดูว่ามีผื่นแดงหรือไม่ถ้ามีก็ห้ามใช้ยานี้</p>
<p>ใช้ยากันแสง ได้แก่ พาบา (PABA ซึ่งย่อมาจาก Para-amin Benzoic Acid) ทาตอนเช้าหรือก่อนออกแดด ควรใช้ชนิดที่มีความสามารถในการกรองแสง (Sun Protective Factior/SPF) มากกว่า 15 ขึ้นไป ยานี้อาจทำให้แสบตา แสบจมูก เป็นสิวหรือแพ้ได้ โดยทั่วไปมักจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าอาการจะดีขึ้นและจะต้องใช้ยากันแสง ไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการกลับเป็นฝ้าอีก ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1-2 เดือน หรือแพ้ยาที่ทารักษาฝ้าหรือสงสัยเป็นโรคอื่นควรปรึกษาแพทย์ทางโรคผิวหนัง การใช้แสงเลเซอร์ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์</p>
<p><strong>ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ</strong><br />
ฮอร์โมนการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ เช่น ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือนและการได้รับฮอร์โมนจากภายนอกร่างกายทำให้มีโอกาสเป็นฝ้าได้มาก เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด การใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่</p>
<p>แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นเซลล์ให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น ทำให้เกิดฝ้าและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝ้าเข็มขึ้นอีกด้วย เชื่อว่าเกิดจากแสงอัลตราไวโอเลต A,B และ Visible Light จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00-15.00 น.</p>
<p>- ความเครียด สารเคมี (เช่น น้ำมันดิน) น้ำหอม เครื่องสำอาง ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้าได้</p>
<p>- ผู้ที่เป็นโรคบางชนิด เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอลดิสัน ก็อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าดำได้เช่นกัน</p>
<p>- พันธุกรรม อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในผู้ที่เป็นฝ้าที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน</p>
<p>- ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยากันชัก เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ตัวการแห่งวัยสวย!</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2011 08:50:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สินค้าและบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลผิว]]></category>
		<category><![CDATA[คอลลาเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีลีเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินเอ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สังกะสี]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เบต้าแคโรทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=2958</guid>
		<description><![CDATA[สารแอนตี้ออกซิแดนท์ สำหรับผิวสวยเราต้องการทั้งการแก้ไขและปกป้อง และเพื่อให้คุณได้ทำทั้งสองอย่างในกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณ คุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งแก้ไขความเสียหายที่มีอยู่ และปกป้องความเสียหายในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้นซึ่ง สารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ สารสุดวิเศษสำหรับผิว ซึ่งคุณได้เห็นมันมากมายอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแต่มันมีหลายอย่างที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับมันซึ่งเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว 1. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ หากจะอธิบายอย่างสั้น ๆ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากที่โมเลกุลต้องสูญเสียหนึ่งในอิเล็กตรอน (ที่ต้องมีเป็นคู่เสมอ) ทำให้มันต้องไปดึงเอาอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลตัวอื่น และเมื่ออีกตัวหนึ่งเสียอิเล็กตรอนไปมันก็จะทำแบบเดียวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ความพยายามในการซ่อมแซมตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ ขึ้นมา ออกซิเจนหรือสารประกอบอื่นที่มีโมเลกุลของออกซิเจน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมทั้งแสงแดดและมลพิษเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลา และอนุมูลอิสระรับผิดชอบต่อความร่วงโรยของผิวเนื่องจากมันทำร้ายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว โดยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทั้งปกป้องและต่อสู้กับความเสียหายนี้ด้วยการทำให้อนุภาคนี้กลายเป็นกลาง 2. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ไม่ใช่ส่วนผสมใด ๆ ทั้งสิ้น สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ไม่ใช่วิตามินหรือส่วนผสมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นการทำงานของส่วนผสมบางอย่างที่ป้องกันการที่โมเลกุลจะดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมตัวอื่นและเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ โชคดีที่สารแอนตี้ออกซิแดนท์จำนวนมากสามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสอย่างมากว่าเราจะไม่ได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากพอที่จะจัดการกับอนุมูลอิสระและความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เกิดการสลายตัวหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนผสมที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมีทั้งวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม คิเนติน และสังกะสี 3. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง เมื่อสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทำให้อนุภาคของอนุมูลอิสระกลายเป็นกลาง มันก็ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในผิวของคุณ ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของเซลล์และองค์ประกอบเซลล์นี้ สามารถสะสมตัวมากขึ้นเรื่อง ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่โรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังได้ 4. สารแอนตี้ออกซิแดนท์รักษาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย เนื่องจากริ้วรอยและสัญญาณต่าง ๆ [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c/' addthis:title='สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ตัวการแห่งวัยสวย!' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สารแอนตี้ออกซิแดนท์</strong></p>
<div id="attachment_3042" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3042" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c-2/"><img class="size-full wp-image-3042" title="สารแอนตี้ออกซิแดนท์" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/สารแอนตี้ออกซิแดนท์.jpg" alt="สารแอนตี้ออกซิแดนท์" width="200" height="134" /></a><p class="wp-caption-text">สารแอนตี้ออกซิแดนท์</p></div>
<p>สำหรับผิวสวยเราต้องการทั้งการแก้ไขและปกป้อง และเพื่อให้คุณได้ทำทั้งสองอย่างในกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณ คุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งแก้ไขความเสียหายที่มีอยู่ และปกป้องความเสียหายในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้นซึ่ง สารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ สารสุดวิเศษสำหรับผิว ซึ่งคุณได้เห็นมันมากมายอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแต่มันมีหลายอย่างที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับมันซึ่งเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว</p>
<p><strong>1. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ</strong><br />
หากจะอธิบายอย่างสั้น ๆ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากที่โมเลกุลต้องสูญเสียหนึ่งในอิเล็กตรอน (ที่ต้องมีเป็นคู่เสมอ) ทำให้มันต้องไปดึงเอาอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลตัวอื่น และเมื่ออีกตัวหนึ่งเสียอิเล็กตรอนไปมันก็จะทำแบบเดียวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ความพยายามในการซ่อมแซมตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ ขึ้นมา ออกซิเจนหรือสารประกอบอื่นที่มีโมเลกุลของออกซิเจน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมทั้งแสงแดดและมลพิษเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลา และอนุมูลอิสระรับผิดชอบต่อความร่วงโรยของผิวเนื่องจากมันทำร้ายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว โดยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทั้งปกป้องและต่อสู้กับความเสียหายนี้ด้วยการทำให้อนุภาคนี้กลายเป็นกลาง</p>
<p><span id="more-2958"></span></p>
<p><strong>2. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ไม่ใช่ส่วนผสมใด ๆ ทั้งสิ้น</strong><br />
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ไม่ใช่วิตามินหรือส่วนผสมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นการทำงานของส่วนผสมบางอย่างที่ป้องกันการที่โมเลกุลจะดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมตัวอื่นและเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ โชคดีที่สารแอนตี้ออกซิแดนท์จำนวนมากสามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสอย่างมากว่าเราจะไม่ได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากพอที่จะจัดการกับอนุมูลอิสระและความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เกิดการสลายตัวหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนผสมที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมีทั้งวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม คิเนติน และสังกะสี</p>
<p><strong>3. สารแอนตี้ออกซิแดนท์ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง</strong><br />
เมื่อสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทำให้อนุภาคของอนุมูลอิสระกลายเป็นกลาง มันก็ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในผิวของคุณ ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของเซลล์และองค์ประกอบเซลล์นี้ สามารถสะสมตัวมากขึ้นเรื่อง ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่โรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังได้</p>
<p><strong>4. สารแอนตี้ออกซิแดนท์รักษาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย</strong><br />
เนื่องจากริ้วรอยและสัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิว เช่น สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และความหยาบกร้านของผิว ล้วนเกิดจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น การใช้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในรูปของการทาลงบนผิวจึงอาจมีบทบาทในการชะลอความเสียหายจากอนุมูลอิสระให้ช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลของมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานเป็น ปี ๆ ก่อนที่จะสังเกตเห็นความเสื่อมถอยใด ๆ คุณจึงไม่อาจชโลมสารแอนตี้ออกซิแดนท์ลงบนผิว และหวังว่า ริ้วรอยของคุณจะลดลงอย่างทันที</p>
<p><strong>5. สารแอนตี้ออกซิแดนท์สามารถปกป้องผิวจากแสงแดด</strong><br />
นอกเหนือจากการต่อสู้กับอนุมูลอิสระแอนตี้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังบช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายของแสงแดด แต่อย่าได้เลิกใช้ครีมกันแดดไปเลย เนื่องจากการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ต่อรังสียูวีมีค่อนข้างน้อยมาก จึงควรจับคู่สกินแคร์ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์กับครีมกันแดดหรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสองอย่าง</p>
<p><strong>6. สารแอนตี้ออกซิแดนท์สามารถเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์สกินแคร์อย่างอื่น</strong><br />
สารแอนตี้ออกซิแดนท์เป็นมิตรต่อการดูแลผิวทุกประเภท และสามารถนำมาใช้ผสมผสานกับครีมอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัยรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อต่อต้านสิวและปกป้องแสงแดดด้วย</p>
<p>7. มันดีที่สุดที่จะให้สารแอนตี้ออกซิแดนท์แก่ผิวด้วยการทา<br />
ร่างกายของคุณจะส่งผ่านวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ ที่คุณบริโภคเข้าไปให้แก่ผิวในปริมาณค่อนข้างน้อย ฉะนั้นคุณจะเห็นประโยชน์มากกว่าเมื่อคุณทาสารแอนตี้ออกซิแดนท์ลงบนผิวโดยตรง และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนเรื่องการปกป้องของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ทาลงบนผิว ตัวอย่างเช่น วิตามินซี อี และซีลีเนียม ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสงแดดต่อผิวและแสดงให้เห็นด้วยว่า สามารถปกป้องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้การทาสารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังเพิ่มระดับการปกป้องความเสียหายจากสภาพแวดล้อมแก่ผิวและการช่วยชะลอกระบวนการแก่ก่อนวัยได้<br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลผิวหน้า ของสาววัยเลข 2(ตอนที่ 2)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2011 06:44:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับหน้าใส]]></category>
		<category><![CDATA[ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมกันแดด]]></category>
		<category><![CDATA[ความสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[จุดด่างดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิว]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[รูขุมขน]]></category>
		<category><![CDATA[ลอกผิว]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[อุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[แผลเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โลชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=3012</guid>
		<description><![CDATA[สิวเจ้าปัญหา สำหรับสาววัยหมายเลข 2 บ่อยครั้งเมื่อพวกเธอนึกว่าได้ผ่านพ้นช่วงวัยแห่งการมีสิวไปแล้ว สิวก็โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าเสียอย่างงั้น ฉะนั้นนี้คือสิ่งที่คุณต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้สิวเป็นปัญหากวนใจในช่วงวัยนี้ - ความสะอาด อย่าเข้านอนโดยไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกโดยเด็ดขาดและควรทำความสะอาดผิวโดยไม่ให้ผิวแห้งตึงหรือชำระล้างน้ำมันออกตามธรรมชาติของผิวมากจนเกินไป - การอุดตันของรูขุมขนที่เป็นสาเหตุสำคัญของสิว จึงควรดูให้ดีว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีส่วนผสมที่อาจอุดตันรูขุมขนได้หรือเปล่า (เช่น ปิโตเลียมหรือลาโนลิน) และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยขัดลอกเซลล์ผิวบ้าง เพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตันแต่ไม่ควรใช้มากเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่มีฤทธิ์ขัดลอกผิว (เช่น เอเอชเอ กรดซาลิไซลิก เรตินอยด์) มากเกินไปสามารถทำให้ผิวมีการขัดลอกเซลล์ผิวมากจนเกินอาการระคายเคืองได้ - อย่าแกะสิว อย่าเสี่ยงกับการคุ้ยแคะแกะสิวที่จะทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปและเกิดแผลเป็น วิธีดูแลอย่างง่าย ๆ ก็คือ ทำความสะอาดผิวตามปกติและใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ ประคบสิวสักครู่ จากนั้นจึงแต้มสิวหรือโลชั่นรักษาสิวที่มีส่วนผสมที่ฆ่าเชื้อและทำให้ผิวแห้ง เช่น กรดซาลิไซลิก ซัลเฟอร์ หรือเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ เป็นต้น แสงแดดตัวร้าย หนึ่งในวิธีการรักษาความเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์ของผิวพรรณเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็คือ การอยู่ให้ห่างจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน รังสียูวีเป็นเหตุให้เกิดความร่วงโรยได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญของการปกป้องผิวจากแสงแดดเพราะความเสียหายจากแสงแดดที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเลข 2 จะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรจุดด่างดำและแม้กระทั่งมะเร็งผิวหน้า คุณจึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันไม่ว่าจะโดนแดดจัดหรือไม่ก็ตามและคุณจะสังเกตุเห็นได้ชัดเจนเมื่อคุณเข้าสู่วัยเลข 3<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/' addthis:title='วิธีดูแลผิวหน้า ของสาววัยเลข 2(ตอนที่ 2)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> สิวเจ้าปัญหา</strong></p>
<div id="attachment_3015" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3015" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/poppings-pimples-2/"><img class="size-full wp-image-3015" title="วิธีดูแลผิวหน้าสาววัยเลข 2(ตอนที่ 2)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/Poppings-Pimples.jpg" alt="วิธีดูแลผิวหน้าสาววัยเลข 2(ตอนที่ 2)" width="200" height="141" /></a><p class="wp-caption-text">วิธีดูแลผิวหน้าสาววัยเลข 2(ตอนที่ 2)</p></div>
<p>สำหรับสาววัยหมายเลข 2 บ่อยครั้งเมื่อพวกเธอนึกว่าได้ผ่านพ้นช่วงวัยแห่งการมีสิวไปแล้ว สิวก็โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าเสียอย่างงั้น ฉะนั้นนี้คือสิ่งที่คุณต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้สิวเป็นปัญหากวนใจในช่วงวัยนี้</p>
<p>- ความสะอาด อย่าเข้านอนโดยไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกโดยเด็ดขาดและควรทำความสะอาดผิวโดยไม่ให้ผิวแห้งตึงหรือชำระล้างน้ำมันออกตามธรรมชาติของผิวมากจนเกินไป</p>
<p>- การอุดตันของรูขุมขนที่เป็นสาเหตุสำคัญของสิว จึงควรดูให้ดีว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีส่วนผสมที่อาจอุดตันรูขุมขนได้หรือเปล่า (เช่น ปิโตเลียมหรือลาโนลิน) และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยขัดลอกเซลล์ผิวบ้าง เพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตันแต่ไม่ควรใช้มากเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่มีฤทธิ์ขัดลอกผิว (เช่น เอเอชเอ กรดซาลิไซลิก เรตินอยด์) มากเกินไปสามารถทำให้ผิวมีการขัดลอกเซลล์ผิวมากจนเกินอาการระคายเคืองได้</p>
<p><span id="more-3012"></span></p>
<p>- อย่าแกะสิว อย่าเสี่ยงกับการคุ้ยแคะแกะสิวที่จะทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปและเกิดแผลเป็น วิธีดูแลอย่างง่าย ๆ ก็คือ ทำความสะอาดผิวตามปกติและใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ ประคบสิวสักครู่ จากนั้นจึงแต้มสิวหรือโลชั่นรักษาสิวที่มีส่วนผสมที่ฆ่าเชื้อและทำให้ผิวแห้ง เช่น กรดซาลิไซลิก ซัลเฟอร์ หรือเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ เป็นต้น</p>
<p><strong>แสงแดดตัวร้าย</strong></p>
<p>หนึ่งในวิธีการรักษาความเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์ของผิวพรรณเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็คือ การอยู่ให้ห่างจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน รังสียูวีเป็นเหตุให้เกิดความร่วงโรยได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญของการปกป้องผิวจากแสงแดดเพราะความเสียหายจากแสงแดดที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเลข 2 จะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรจุดด่างดำและแม้กระทั่งมะเร็งผิวหน้า คุณจึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันไม่ว่าจะโดนแดดจัดหรือไม่ก็ตามและคุณจะสังเกตุเห็นได้ชัดเจนเมื่อคุณเข้าสู่วัยเลข 3</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 4)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/05/lecithin/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/05/lecithin/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 May 2011 10:04:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Sunscreen]]></category>
		<category><![CDATA[กระชับผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวใส]]></category>
		<category><![CDATA[รอยคล้ำใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าขาว]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าขาวใส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ใบหม่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=1930</guid>
		<description><![CDATA[Lumiskin : มีคุณสมบัติทำให้หน้าขาว ดูสว่าง โดยจะไปทำให้ตัวเอมไซม์ Tyrosinase ที่จะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเม็ดสี ไม่สามารถทำงานได้ จึงช่วยทำให้หน้าดูขาว ขึ้น และดูสว่างขึ้น Lecithin : เป็น Phospholipid ที่ได้จากธรรมชาติ ที่มีฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชั่นที่ทำให้เกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังโดยการดูดน้ำไว้กับผิวหนังทำให้คงความชุ่มชื้นไว้ ทำให้ผิวนุ่มโดย Lecithin จะพบได้ในไข่ ถั่วเหลือง Lipopeptide, Synthetic Peptide Licorice PT40 : ได้จากการสกัดต้นชะเอมมีฤทธิ์ในการช่วยให้หน้าขาวโดยการยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase โดยตัว Licorice PT40 มีความคงตัวมากกว่า Licorice ปกติทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงตัวมากกกว่าปกติ MDI complex : ช่วยยับยั้งตัวเอมไซม์ที่มีอยู่ในร่างกายที่ไปทำลาย Collagen ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและกระชับ นอกจากนี้จังทำให้หลอดเลือดเกิดการเปลาะทำให้เกิดเส้นเลือดขอด และเกิดการเล็ดลอดของเม็ดเลือดออกมาจากเส้นเลือด ทำให้เกิดรอยดำใต้ตา ดังนั้นการใช้ MDI complex จะไปช่วยในเรื่องของการยืดหยุ่นและการกระชับ ทำให้ไม่เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ และทำให้ริ้วรอยเล็ก ดูจากลงเนื่องจากผิวมีความกระชับขึ้นได้ Micro collagen : [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/05/lecithin/' addthis:title='สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 4)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Lumiskin :</strong> มีคุณสมบัติทำให้หน้าขาว ดูสว่าง โดยจะไปทำให้ตัวเอมไซม์ Tyrosinase ที่จะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเม็ดสี ไม่สามารถทำงานได้ จึงช่วยทำให้หน้าดูขาว ขึ้น และดูสว่างขึ้น</p>
<div id="attachment_1936" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-1936" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/05/lecithin/lecithin-2/"><img class="size-full wp-image-1936" title="Lecithin" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/05/Lecithin.jpg" alt="Lecithin" width="200" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Lecithin</p></div>
<p><strong>Lecithin :</strong> เป็น Phospholipid ที่ได้จากธรรมชาติ ที่มีฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชั่นที่ทำให้เกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังโดยการดูดน้ำไว้กับผิวหนังทำให้คงความชุ่มชื้นไว้ ทำให้ผิวนุ่มโดย Lecithin จะพบได้ในไข่ ถั่วเหลือง Lipopeptide, Synthetic Peptide</p>
<p><strong>Licorice PT40 :</strong> ได้จากการสกัดต้นชะเอมมีฤทธิ์ในการช่วยให้หน้าขาวโดยการยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase โดยตัว Licorice PT40 มีความคงตัวมากกว่า Licorice ปกติทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงตัวมากกกว่าปกติ</p>
<p><strong>MDI complex :</strong> ช่วยยับยั้งตัวเอมไซม์ที่มีอยู่ในร่างกายที่ไปทำลาย Collagen ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและกระชับ นอกจากนี้จังทำให้หลอดเลือดเกิดการเปลาะทำให้เกิดเส้นเลือดขอด และเกิดการเล็ดลอดของเม็ดเลือดออกมาจากเส้นเลือด ทำให้เกิดรอยดำใต้ตา ดังนั้นการใช้ MDI complex จะไปช่วยในเรื่องของการยืดหยุ่นและการกระชับ ทำให้ไม่เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ และทำให้ริ้วรอยเล็ก ดูจากลงเนื่องจากผิวมีความกระชับขึ้นได้</p>
<p><span id="more-1930"></span></p>
<p><strong>Micro collagen :</strong> โดยปกติร่างกายของเราจะมี Collagen อยู่ภายในเพื่อช่วยคงสภาพผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสูญเสีย Collagen ไป ดังนั้นจึงใช้วิธีการเติม Collagen เข้าสู่ผิวหนัง โดยการใช้ Collagen ที่สกัดได้จากสัตว์เช่น หนังสัตว์ หรือ ปลาทะเล โดยใช้วิธีสกัดให้มีขนาดที่เล็กเพื่อช่วยในการซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังเพื่อทดแทน กับ Collagen ที่ผิวหนังสูญเสียไป</p>
<p><strong>Melaclear :</strong> ช่วยทำให้ผิวหน้าดูขาว และสว่างขึ้น โดยการออกฤทธิ์ของสารหลายตัวไม่ว่าจะเป็น Beta carotene ที่สามารถช่วยยังยั้งขบวนการของ Melanocyte ที่ทำให้เกิดเม็ดสีของผิว ตอกจากนี้ยังไปยับยั้งตัว Tyriosinase ซึ่งในแต่ละขั้นตอนที่ไปยับยั้งเป็นส่วนที่ให้เกิดขบวนการสร้างเม็ดสี ทั้งหมด ทำให้หน้าดูขาวขึ้น และผิวดูมีสุขภาพที่ดี</p>
<p><strong>Mulberry extract :</strong> เป็นสารสกัดจากต้นใบหม่อนที่มีส่วน Arbutin ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีของ Tyrosinase ทำให้ผิวขาวขึ้น</p>
<p><strong>Menthol :</strong> เป็นสารให้ความเย็นจากธรรมชาติ ช่วยลดการอักเสบ และระคายเคืองของผิวหนัง โดยให้ความรู้สึกเย็น สดชื่น และให้ความรู้สึกสะอาดกับผิวหนัง</p>
<p><strong>Marine extract :</strong> เป็นส่วนผสมของ Collagen ที่ได้จากปลาทะเลที่มีความเข้มข้นที่สูงนำมาทำในรูปของเหลวเพื่อให้ง่ายต่อการนำมาใช้ โดยคุณสมบัติในการใช้เพื่อทดแทนกับ Collage ที่ผิวสูญเสียไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรอยย่นบน ใบหน้า ทำให้ผิวหน้ากลับมาดูกระชับได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>Micronized Titamium Dioxide &amp; Zinc Oxide :</strong> สารกันแดดประเภทที่ช่วยสะท้อนรังสี UVA และ UVB ไม่ให้มากระทบการผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สารกันแดดประเภทดูดกลืนรังสี UV</p>
<p><strong>Neo Placenta :</strong> เป็นสารสกัดที่ได้จากรกของสิ่งมีชีวิตแรกเกิด อุดมไปด้วย โปรตีน กรดอะมิโน และสารอาหารที่มีจำนวนมากที่ให้ผิว ช่วยในการยึดจับน้ำไว้บนผิวหนัง และลดการเกิดปฏิกริยาออกซิเดชั่น ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และลดการเกิดริ้วรอยได้ แต่เนื่องจากเป็นสารที่สกัดได้จากโปรตีน ทำให้อาจเกิดการแพ้ได้ในผู้ใช้บางราย</p>
<p><strong>Octyl Mcthoxycinnamate :</strong> เป็นสารที่ช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด ลดการทำลายผิวหนังเนื่องจากรังสี UVB ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการไหม้ มักนิยมใช้ในเครื่องสำอางประเภท Sunscreen</p>
<p><strong>Papain Extract :</strong> เป็นสารสกัดที่เตรียมได้จากมะละกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า มะละกอมีเอมไซม์ที่สามารถช่วยย่อยสลายโปรตีน แต่การนำมาใช้โดยตรงจะทำให้ผิวมีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ จึงมีการปรับปรุงให้มีการออกฤทธิ์โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง แต่ยังคงมีผลที่ทำให้เกิดการสลายการยึดจับของเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวหนัง ทำให้เร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวที่ได้ดูเนียนยิ่งขึ้น และดูขาวขึ้นด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/05/lecithin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 3)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Apr 2011 08:29:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[คอลลาเจน]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผมร่วง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอยรอบดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าใส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[แชมพูสระผม]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โลชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ใบแป๊ะก๊วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=1865</guid>
		<description><![CDATA[Ginkgo biloba (จิงโก้ไบโลบา) : สารสมุนไพรที่สกัดจากใบแป๊ะก๊วย โดยถือว่าเจ้าจิงโก้ไบโลบานี้ เป็นเจ้าแห่งสมุนไพรของโลก โดยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดและมีความทนทานมาก เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จิงโก้ไบโลบานี้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เมื่อนำมาใช้กับผิวจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง จากการทำลายของภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพิษ,ควันบุหรี่,แสงแดด และความเครียดเป็นสมุนไพรที่เป็นหนึ่งในการชะลอความเสื่อม ของเซลล์ได้เป็นอย่างดี Goto Kola (โกตูโกล่า) : เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกา สมัยก่อนประเทศอินเดียและจีน ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด สำหรับประเทศฝรั่งเศส ได้ยอมรับสมุนไพรชนิดนี้ว่ามีคุณค่าเทียมเท่ากับยาแผนปัจจุบัน สำหรับรักษาโรคแผลไหม้ น้ำร้อนลวก จากการศึกษาพบว่า โกตูโกล่า สามารถเพิ่มการเจริญของเซลล์ คอลลาเจนและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีในสัตว์ทดลอง ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีช่วยเซลล์ซ่อมแซม (healing) ได้รวดเร็ว Gingeng : โสมพืชสมุนไพรขึ้นชื่อที่สุดของจีน มีส่วนประกอบของสาร Ginsenoside ที่มีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้แก่ช้า ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ทนต่อความเครียด และลดการอ่อนล้า เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยยับยั้งการอักเสบและติดเชื้อ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ดังนั้นในด้านความงาม ได้นำคุณสมบัติของโสมดังกล่าว มาใช้ในครีมบำรุงผิวหน้า ชะลอความแก่ ผสมในโลชั่นบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง รวมถึงแชมพูสระผมที่ช่วยลดผมร่วง ครีมบำรุงผิวกาย Hyaluronic [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/' addthis:title='สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 3)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Ginkgo biloba (จิงโก้ไบโลบา)</strong> : สารสมุนไพรที่สกัดจากใบแป๊ะก๊วย โดยถือว่าเจ้าจิงโก้ไบโลบานี้ เป็นเจ้าแห่งสมุนไพรของโลก โดยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดและมีความทนทานมาก เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จิงโก้ไบโลบานี้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เมื่อนำมาใช้กับผิวจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง จากการทำลายของภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพิษ,ควันบุหรี่,แสงแดด และความเครียดเป็นสมุนไพรที่เป็นหนึ่งในการชะลอความเสื่อม ของเซลล์ได้เป็นอย่างดี</p>
<div id="attachment_1866" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-1866" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/centella-asiatica-3/"><img class="size-full wp-image-1866" title="Goto Kola (โกตูโกล่า)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/05/Centella-Asiatica.jpg" alt="Goto Kola (โกตูโกล่า)" width="200" height="163" /></a><p class="wp-caption-text">Goto Kola (โกตูโกล่า)</p></div>
<p><strong>Goto Kola (โกตูโกล่า)</strong> : เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกา สมัยก่อนประเทศอินเดียและจีน ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด สำหรับประเทศฝรั่งเศส ได้ยอมรับสมุนไพรชนิดนี้ว่ามีคุณค่าเทียมเท่ากับยาแผนปัจจุบัน สำหรับรักษาโรคแผลไหม้ น้ำร้อนลวก<br />
จากการศึกษาพบว่า โกตูโกล่า สามารถเพิ่มการเจริญของเซลล์ คอลลาเจนและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีในสัตว์ทดลอง ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีช่วยเซลล์ซ่อมแซม (healing) ได้รวดเร็ว</p>
<p><strong>Gingeng</strong> : โสมพืชสมุนไพรขึ้นชื่อที่สุดของจีน มีส่วนประกอบของสาร Ginsenoside ที่มีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้แก่ช้า ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ทนต่อความเครียด และลดการอ่อนล้า เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยยับยั้งการอักเสบและติดเชื้อ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ดังนั้นในด้านความงาม ได้นำคุณสมบัติของโสมดังกล่าว มาใช้ในครีมบำรุงผิวหน้า ชะลอความแก่ ผสมในโลชั่นบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง รวมถึงแชมพูสระผมที่ช่วยลดผมร่วง ครีมบำรุงผิวกาย</p>
<p><span id="more-1865"></span></p>
<p><strong>Hyaluronic acid</strong> : เป็นสารที่มีอยู่บนผิวหนังโดยธรรมชาติ ซึ่งมีความสามารถในการยึดจับน้ำให้อยู่กับผิว ได้เป็นอย่างดียิ่ง ช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ดูเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังสามารถลดริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าได้ด้วยโซเดียมไฮยารูโรเนท เป็น moisturizer โมเลกุลใหญ่ ที่จะสร้างฟิล์มบางๆเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว จึงสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้อย่างประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>Helichrynsum Italicum extract</strong> : เป็นสารสกัดที่ได้จากต้น Strawflower ที่มีฤทธิ์ ลดการอักเสบทำให้ผิวหนังมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดขบวนการเกิดออกซิเดชั่นเช่นกันทำให้ผิวหนังไม่เกิดริ้วรอย</p>
<p><strong>Horst chest nut</strong> : สารสกัดจาก ต้น Horse chest nut มีคุณสมบัติในการเพิ่มคุ้มกันให้กับผิวโดยออกฤทธิ์เป็นตัวช่วยในการฆ่าเชื้อ และลดการอักเสบ ทำให้ลดการบวมของผิว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดโดยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ช่วยลดปัญหาการเกิดเส้นเลือดขอด</p>
<p><strong>Isoflavoniods</strong> : เป็นสกัดจากพืชที่มี estrogen มีฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าสดใสไร้ริ้วรอย</p>
<p><strong>Jojoba oil</strong> : เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัด มีคุณสมบัติที่น้ำมันที่ช่วยในการหล่อลื่นในสหรัฐอเมริกามีการใช้อย่างกว้างขวาง ในผลิตภัณฑ์จำพวกแชมพู ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก ในผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิว สามารถช่วยรักษาความชุ่มชื้นกับผิว โดยไปทำการเคลือบบริเวณผิวไว้ทำให้ช่วยลดการสูญเสียน้ำออกไปจากผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลัง ดูมีน้ำมีนวล นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้อีกด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>Kojic Dipalmitate</strong> : โคจิคไดปามิเทต เป็น Kojic ที่มีความเสถียรมาก ทำหน้าที่เป็น clelating agent ที่จับกับโลหะ Copper ที่เป็นส่วนประกอบของ Tyrosinase ทำให้กระบวนการสร้างเม็ดสีผิวชะลอตัวลง ผิวจึงขาวขึ้น และถ้าใช้ร่วมกับ AHA จะช่วยกระตุ้นการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่า</p>
<p><strong>Licorice PT40</strong> : ชะเอม ช่วยทำให้ผิวขาวเรียบเนียนสม่ำเสมอ โดยมีฤทธิ์ยับยั้งกรสร้างเม็ดสีของ Tyrosinase และช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง</p>
<p><strong>Lipomoist 2013 </strong>: ใช้กระบวนการในการผลิตไลโปโซม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว ทำให้เกิดสารกลุ่ม Molecular film แผ่นฟิล์มบางๆ ที่สามารถซึมผ่านลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ให้ความกระชับตึงแก่ผิว อีกทั้งให้ความชุ่มชื้นที่ยาวนานและมากกว่าสาร moisturizer ทั่วๆ ไปที่มีใช้ในปัจจุบัน (Hyaluronic acid,glycosaminoglycans)</p>
<p><strong>Laminaria digitata</strong> : (สาหร่ายลามินาเรียดิจิตาตา) สาหร่ายทะเลแถบเมดิเตเรเนียน อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและอะมิโนแอซิดที่ให้ผลดีต่อผิวพรรณ เช่น สารเกลือแร่ในสาหร่ายชนิดนี้จะป้องกันเซลล์ผิวจากการทำลาย หรือการเสื่อมสภาพ มีกรดอะมิโนแอซิด ช่วยหล่อเลี้ยงให้เซลล์แข็งแรง สำหรับวิตามินจะบำรุงผิวที่ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

