<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เครื่องสำอาง โรงงานผลิตเครื่องสำอาง สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โรงงานเครื่องสำอาง รับผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง เวชสำอางมาตรฐาน GMP, ISO, Cosmeceutical Skincare OEM : บริษัท คอสมาพรอฟ จำกัด &#187; ผิวขาว</title>
	<atom:link href="http://www.cosmaprof.co.th/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cosmaprof.co.th</link>
	<description>Cosmeceutical Skincare OEM : Cosmaprof Professional Cosmetics</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 17:01:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสีผิว</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 17:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[carotene]]></category>
		<category><![CDATA[melanin]]></category>
		<category><![CDATA[oxyhemoglobin]]></category>
		<category><![CDATA[reduced hemoglobin]]></category>
		<category><![CDATA[skin color]]></category>
		<category><![CDATA[skin colour]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแดง]]></category>
		<category><![CDATA[สีผิว]]></category>
		<category><![CDATA[สีผิวเกิดจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[ชนิดของสีผิว
สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้

melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ
oxyhemoglobin สีแดง (red)
reduced hemoglobin สีเขียว (blue)
carotene สีเหลือง (yellow)
สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง
สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้ melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ oxyhemoglobin สีแดง (red) reduced hemoglobin สีเขียว (blue) carotene สีเหลือง สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสีผิว' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_83" class="wp-caption alignleft" style="width: 292px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincolor0102.gif"><img class="size-full wp-image-83" title="skin color" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincolor0102.gif" alt="สีผิว" width="282" height="248" /></a><p class="wp-caption-text">สีผิว</p></div>
<p><strong>ชนิดของสีผิว</strong></p>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้</span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;"><br />
melanin<span style="color: #993300;"> สีน้ำตาล (brown) </span>/ ดำ</span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">oxyhemoglobin <span style="color: #ff0000;">สีแดง (red)</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">reduced hemoglobin <span style="color: #339966;">สีเขียว (blue)</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">carotene <span style="color: #e0ee11;">สีเหลือง (yellow)<br />
</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง</span></div>
<p><span style="font-weight: normal;">สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้ melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ oxyhemoglobin สีแดง (red) reduced hemoglobin สีเขียว (blue) carotene สีเหลือง สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง</span><br />
<span style="font-weight: normal;"><br />
<span id="more-82"></span><br />
</span><br />
<strong>การเปลี่ยนแปลงของสีในผิวหนัง</strong></p>
<div>
<div>สีน้ำตาล/ดำ ซึ่งเป็นสีของ melanin ที่อยู่ที่ระดับหนังกำพร้านั้นจะเป็นสีหลักของสีผิว สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันจะมีผลให้สีผิวเปลี่ยนแปลง เช่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยมี melanin เพิ่มขึ้นในชั้นหนังกำพร้าซึ่งอาจเกิดสีเข้มขึ้นทั่วบริเวณ หรือบางบริเวณซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรอยเข้ม สีน้ำตาลจนถึงดำ แต่ถ้า melanin อยู่ในหนังแท้ รอยเข้มจะเป็นสีคล้ำปนเขียวจนถึงสีเขียว เช่น mongolian spot ในเด็กแรกเกิด</div>
<div><strong>สีแดง</strong> ซึ่งเป็นสีของ oxyhemoglobin สีนี้จะเข้มขึ้นเมื่อมีการขยายตัวของหลอดเลือด ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติจะเห็นผิวเป็นสีแดง</div>
<div><strong>สีเขียว</strong> ซึ่งเป็นสีของ reduced hemoglobin ที่เปลี่ยนแปลงมาจาก oxyhemoglobin ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างดาย และการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะเกิดเฉพาะบางบริเวณ เช่น เป็นทั้งหน้าหรือทั้งมือ สีผิวหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีคล้ำจนถึงสีเขียว แต่สีจะกลับเป็นปกติในเวลาอันสั้น ถ้า reduced hemoglobin นั้นยังอยู่ในหลอดเลือด แต่จะอยู่นานถ้า reduced hemoglobin นี้ออกนอกหลอดเลือดไปอยู่ใต้ผิวหนัง สีผิวจะเริ่มต้นเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำต่อมาจึงจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสีนี้ไปรวมกับสีอื่น เช่น สีของ melanin สีผิวอาจจะไม่เห็นเป็นสีเขียวแต่จะเห็นเป็นสีคล้ำหรือคล้ำปนเขียว หรือสีน้ำตาลคล้ายกับสี melanin ก็ได้</div>
<div><strong>สีเหลือง</strong> จะเป็นสีของ bile pigment สีนี้มักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นเกิดภาวะที่มีน้ำดีคั่ง หรือการรับประทานอาหารที่มีสาร carotene มาก เช่นมะละกอ ฟักทอง ปกติสีนี้จะถูกผสมกลมกลืน ไปกับสีอื่นหมดคือจะไม่เห็นสีเหลืองเด่นชัด แต่ถ้ามีปริมาณมากจึงจะทำให้เห็นสีเหลืองออกมาเด่นชัด และการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดทั่วตัว</div>
<div>ดังนั้นการที่ผิวจะเข้มขึ้นเฉพาะบางที่หรือบางบริเวณซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรอยเข้ม มักเกิดจากการที่สีของ melanin หรือ reduced hemoglobin เพิ่มขึ้น</div>
</div>
<div><strong>ปัจจัยที่ก่อให้เกิดรอยเข้ม </strong></div>
<div>
<div style="display: inline !important;"><span style="font-weight: normal;"><strong>สีของ melanin อิทธิพลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้</strong> </span></div>
</div>
<div><strong></p>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>1. การสร้าง melanin</strong> เพิ่มขึ้นซึ่งอาจถูกกระตุ้นโดยแสงแดด หรือรอยดำจาการอักเสบ (post inflammatory hyperpigmentation) หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด โดยปกติ melanin จะอยู่ในชั้นหนังกำพร้า แต่ในบางครั้งก็อาจพบอยู่ในชั้นหนังแท้ เช่น การเกิดฝ้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>2. มีการสะสม (accumulation)</strong> ของ melanin อันอาจเกิดจากการที่มีการสร้าง keratin มากขึ้น หรือ keratin ลอกหลุดช้า จนบางครั้งอาจเรียกว่า สีของ keratin เช่น การเกิด ichthyosis และการเกิดกระเนื้อ (seborrheic keratosis) </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>3. มีจำนวนของ melanocyte</strong> เพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณของ melanin เพิ่มขึ้นได้ด้วย โดยอาจจะอยู่เฉพาะในหนังกำพร้าหรือหนังแท้หรือทั้ง 2 ตำแหน่ง เช่น การเกิดกระ (freckle) ขี้แมลงวัน (lentigo) </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>สีของ reduced hemoglobin (heme) สีจากฮีม</strong></span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>1. การเกิด heme</strong> ภายในหลอดเลือด เกิดจากการที่เสียความยืดหยุ่น ทำให้มีการขยายตัวผิดปกติในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งมีผลทำให้เกิดการคั่งค้างของเม็ดเลือด เช่น การเกิด telangiectasia มีผลทำให้ปริมาณ heme ในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นผลลัพธ์คือ บริเวณนั้นดูเป็นสีคล้ำหรือคล้ำปนเขียวหรือสีน้ำตาลคล้ายเป็นฝ้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>2. หลอดเลือดแตก</strong> หรือหลอดเลือดสูญเสียความสามารถในการกักกั้นเม็ดเลือด อาจจะเป็นเพราะการอักเสบหรือชอกช้ำ ทำให้เม็ดเลือดจะเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อเกิด heme ในเม็ดเลือดและในที่สุดเมื่อเม็ดเลือดแตกออก reduced heme ก็จะไปแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์คือ ผิวในบริเวณนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง และในที่สุดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว และถ้ามีจำนวน melanin เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากการอักเสบของผิวหนังเหนือบริเวณนั้น ก็จะเป็นสีคล้ำคล้ำปนเขียวหรือสีน้ำตาลได้ </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;">รอยเข้มบนใบหน้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;">สีผิวบนใบหน้าโดยปกติจะสม่ำเสมอพอๆ กันโดยทั่วไป แต่ในบางกรณีสีผิวในบางบริเวณ อาจเกิดรอยเข้มขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายโรคและหลายสาเหตุ โดยจะมีลักษณะทางคลินิก พยาธิกำเนิดที่แตกต่างกันไป </span></div>
<p></strong><strong> </strong></p>
</div>
<p>ที่มา :  http://www.elib-online.com/doctors2/skin_color01.html</p>
<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสีผิว' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 17:01:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Whitening]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กระ]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดยาคุม]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ลอกหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เลเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=3076</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า 1. ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ โดยการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิดอาจหายได้เองหลังคลอดหรือหลังหยุดใช้ยาคุมกำเนิด (อาจใช้เวลาเป็นสองเท่าของระยะเวลาที่กินยาคุมกำเนิด เช่น ถ้ากินยาอยู่นาน 1 ปี ก็อาจใช้เวลาถ้า 2 ปี กว่าฝ้าจะหาย) 2. ฝ้าอาจมีสาเหตุจากโรคที่ซ่อนเร้นภายในร่างกาย เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเอสแอลอี ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นที่แก้มคล้ายรอยฝ้าได้ ดังนั้นถ้าพบมีอาการผิดสังเกตอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย ปวดข้อ ผมร่วง เป็นไข้เรื้อรัง เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ 3. ยารักษาฝ้าบางชนิดอาจมีสารเคมีที่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ทำให้หน้าขาววอกเป็นรอยแดงหรือเป็นรอยด่างอย่างน่าเกลียด ดังนั้น จึงควรระมัดระวังอย่าซื้อยาลอกฝ้ามาทาเองอย่างส่งเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่โฆษณาว่าทำให้หายได้ทันที ยาลอกฝ้าที่ผสมสารปรอทอาจทำให้ฝ้าจางลงแต่อาจมีอันตรายจากการสะสมปรอทที่ผิวหนังและในร่างกายได้ 4. ในการรักษาฝ้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นแรมเดือนหรืออาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพียงแต่ใช้ยากันแสงและยาลอกฝ้าทาไปเรื่อย ๆ ถ้าหยุดยาอาจกำเริบได้ใหม่ สำหรับฝ้าที่อยู่ตื้อ ๆ (สีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม) มักจะรักษาได้ผลดีแต่ฝ้าที่อยู่ลึก (สีน้ำตาลเทาหรือสีดำ) อาจได้ผลช้าหรือไม่ได้ผลเลย 5. การลอกหน้า ขัดผิว ตามร้านเสริมสวยทั้งน่ากลัวแล้วยังอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/' addthis:title='เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</strong></p>
<div id="attachment_3086" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3086" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/melasma-3/"><img class="size-full wp-image-3086" title="เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/Melasma.jpg" alt="เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า" width="200" height="185" /></a><p class="wp-caption-text">เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</p></div>
<p><strong>1. ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ </strong>โดยการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิดอาจหายได้เองหลังคลอดหรือหลังหยุดใช้ยาคุมกำเนิด (อาจใช้เวลาเป็นสองเท่าของระยะเวลาที่กินยาคุมกำเนิด เช่น ถ้ากินยาอยู่นาน 1 ปี ก็อาจใช้เวลาถ้า 2 ปี กว่าฝ้าจะหาย)</p>
<p><strong>2. ฝ้าอาจมีสาเหตุจากโรคที่ซ่อนเร้นภายในร่างกาย</strong> เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเอสแอลอี ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นที่แก้มคล้ายรอยฝ้าได้ ดังนั้นถ้าพบมีอาการผิดสังเกตอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย ปวดข้อ ผมร่วง เป็นไข้เรื้อรัง เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์</p>
<p><strong>3. ยารักษาฝ้าบางชนิดอาจมีสารเคมีที่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี</strong> (Melanocytes) ทำให้หน้าขาววอกเป็นรอยแดงหรือเป็นรอยด่างอย่างน่าเกลียด ดังนั้น จึงควรระมัดระวังอย่าซื้อยาลอกฝ้ามาทาเองอย่างส่งเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่โฆษณาว่าทำให้หายได้ทันที ยาลอกฝ้าที่ผสมสารปรอทอาจทำให้ฝ้าจางลงแต่อาจมีอันตรายจากการสะสมปรอทที่ผิวหนังและในร่างกายได้</p>
<p><span id="more-3076"></span></p>
<p><strong>4. ในการรักษาฝ้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นแรมเดือนหรืออาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด</strong> เพียงแต่ใช้ยากันแสงและยาลอกฝ้าทาไปเรื่อย ๆ ถ้าหยุดยาอาจกำเริบได้ใหม่ สำหรับฝ้าที่อยู่ตื้อ ๆ (สีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม) มักจะรักษาได้ผลดีแต่ฝ้าที่อยู่ลึก (สีน้ำตาลเทาหรือสีดำ) อาจได้ผลช้าหรือไม่ได้ผลเลย</p>
<p><strong>5. การลอกหน้า ขัดผิว</strong> ตามร้านเสริมสวยทั้งน่ากลัวแล้วยังอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การแพ้ส้มผัส จึงไม่แนะนำให้ไปลอกหน้า ขัดผิว</p>
<p><strong>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับกระ</strong></p>
<p><strong>กระ </strong>จัดเป็นเรื่องปกติของคนเอเชียผิวใครไม่มีกระต่างหากที่ถือเป็นเรื่องแปลก กระจะเกิดขึ้นในคนที่มีผิวขาวโดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น และมีกรรมพันธุ์เป็นพื้นฐาน</p>
<p>เป็นเรื่องจริงที่ว่า ถ้าไม่ถูกแสงแดดก็จะไม่เกิดกระ ดังนั้นเราจะพบการเป็นกระเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด อาทิ เช่น ใบหน้า คอ แขน เป็นต้น และกระจะมีสีเข้มและมีจำนวนมากขึ้นในฤดูร้อนที่แดดแรงและจะจางลงในฤดูหนาว</p>
<p><strong>วิธีการรักษากระแบ่งเป็น 2 แนวคิด คือ</strong><br />
หมอจะพยายามเตือนให้คนไข้หลีกเลี่ยงแสงแดดและทายากันแดด (SPF30) ทุกวัน หรืออาจจะใช้ครีม Whitening ไปทาเพื่อให้สีกระจางลง</p>
<p>หมอจะยิงเลเซอร์ให้คนไข้ซึ่งกระก็จะหายไปแต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมากและหลังจากยิงเลเซอร์แล้วจำเป็นอย่างยิงที่จะต้องดูแลตัวเองไม่ให้ถูกแสงแดดหรือไอแดดมิฉะนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาเป็นอีก</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก first</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 17:01:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Baby Oil]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[นม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะกอก]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแพ้ง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามเปียก]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สครับ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สับปะรด]]></category>
		<category><![CDATA[อัลมอนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แตงกวา]]></category>
		<category><![CDATA[โยเกิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=3095</guid>
		<description><![CDATA[13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ 14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 15. สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด 16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ 17. มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก 18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/' addthis:title='ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3119" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3119" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-2/"><img class="size-full wp-image-3119" title="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/วิตามินกับผิวพรรณ.jpg" alt="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)" width="200" height="133" /></a><p class="wp-caption-text">ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)</p></div>
<p><strong>13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น </strong>ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ</p>
<p><strong>14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง</strong> โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด</p>
<p><strong>15. สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กั</strong>น คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด</p>
<p><strong>16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย</strong> การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ</p>
<p><span id="more-3095"></span></p>
<p><strong>17. มะขามเปียก สับปะรด</strong> มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก</p>
<p><strong>18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว</strong> เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>19. เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด </strong>เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี</p>
<p><strong>20. ถ้าคุณมีผิวมัน</strong> ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้</p>
<p><strong>21. ถ้าคุณมีผิวแห้ง</strong> ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง</p>
<p><strong>22. ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย </strong>ใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ</p>
<p><strong>23. การใช้น้ำมัน</strong> จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป</p>
<p><strong>24. การเพิ่มนม โยเกิร์ต</strong> น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด</p>
<p><strong>25. ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ </strong>สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้</p>
<p><strong>26. คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง</strong> เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น</p>
<p><strong>27. ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด</strong> ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก 247freemag</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2012 17:01:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิวกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงมือ]]></category>
		<category><![CDATA[นุ่มนวล]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟองน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สบู่]]></category>
		<category><![CDATA[สปา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[สิวอุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เจล]]></category>
		<category><![CDATA[เซลลูไลท์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[เอเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ใยบวบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=2947</guid>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล่ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม วิธีทําให้ผิวขาว ได้แก่ 1. วิธีขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า &#8220;foliage&#8221; ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง 2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง 3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย 4. ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/' addthis:title='ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3101" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3101" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/cosmetic-27/"><img class="size-full wp-image-3101" title="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/cosmetic-27.jpg" alt="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)" width="200" height="143" /></a><p class="wp-caption-text">ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)</p></div>
<p>หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล่ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม</p>
<p><strong>วิธีทําให้ผิวขาว ได้แก่</strong></p>
<p><strong>1. วิธีขัดผิว (Exfoliating)</strong> หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า &#8220;foliage&#8221; ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง</p>
<p><span id="more-2947"></span></p>
<p><strong>2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว</strong> ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง</p>
<p><strong>3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง</strong> และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย</p>
<p><strong>4. ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้</strong> ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว</p>
<p><strong>5. ถ้าต้องการขัดผิวหน้าก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง</strong> และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง</p>
<p><strong>6. วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง</strong> สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบและผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย</p>
<p><strong>7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก </strong>นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบา ๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น</p>
<p><strong>8. ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล</strong> เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอกขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาดแล้วล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ</p>
<p><strong>9. ใยบวบ </strong>หรือใยขัดธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไปอาจทำให้แสบผิวได้เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสากและหยาบ เวลาขัดจึงควรขัดเบา ๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำและเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง</p>
<p><strong>10. การใช้ผ้าสำหรับถูตัว</strong> หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิวโดยใช้ร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้</p>
<p><strong>11. เลียนแบบจากสปาชั้นนำ</strong> โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่างเติมเกลือเม็ดลงไปและเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบา ๆ ให้ทั่วตัวและล้างตัวด้วยน้ำสะอาด</p>
<p><strong>12. แปรงแปรงผิวสามารถใช้ได้ดี</strong> โดยขัดเบา ๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปหรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 3)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Apr 2011 08:29:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[คอลลาเจน]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผมร่วง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอยรอบดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าใส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[แชมพูสระผม]]></category>
		<category><![CDATA[แสงแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โลชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ใบแป๊ะก๊วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=1865</guid>
		<description><![CDATA[Ginkgo biloba (จิงโก้ไบโลบา) : สารสมุนไพรที่สกัดจากใบแป๊ะก๊วย โดยถือว่าเจ้าจิงโก้ไบโลบานี้ เป็นเจ้าแห่งสมุนไพรของโลก โดยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดและมีความทนทานมาก เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จิงโก้ไบโลบานี้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เมื่อนำมาใช้กับผิวจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง จากการทำลายของภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพิษ,ควันบุหรี่,แสงแดด และความเครียดเป็นสมุนไพรที่เป็นหนึ่งในการชะลอความเสื่อม ของเซลล์ได้เป็นอย่างดี Goto Kola (โกตูโกล่า) : เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกา สมัยก่อนประเทศอินเดียและจีน ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด สำหรับประเทศฝรั่งเศส ได้ยอมรับสมุนไพรชนิดนี้ว่ามีคุณค่าเทียมเท่ากับยาแผนปัจจุบัน สำหรับรักษาโรคแผลไหม้ น้ำร้อนลวก จากการศึกษาพบว่า โกตูโกล่า สามารถเพิ่มการเจริญของเซลล์ คอลลาเจนและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีในสัตว์ทดลอง ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีช่วยเซลล์ซ่อมแซม (healing) ได้รวดเร็ว Gingeng : โสมพืชสมุนไพรขึ้นชื่อที่สุดของจีน มีส่วนประกอบของสาร Ginsenoside ที่มีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้แก่ช้า ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ทนต่อความเครียด และลดการอ่อนล้า เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยยับยั้งการอักเสบและติดเชื้อ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ดังนั้นในด้านความงาม ได้นำคุณสมบัติของโสมดังกล่าว มาใช้ในครีมบำรุงผิวหน้า ชะลอความแก่ ผสมในโลชั่นบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง รวมถึงแชมพูสระผมที่ช่วยลดผมร่วง ครีมบำรุงผิวกาย Hyaluronic [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/' addthis:title='สารออกฤทธิ์สำคัญในเครื่องสำอาง(ตอนที่ 3)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Ginkgo biloba (จิงโก้ไบโลบา)</strong> : สารสมุนไพรที่สกัดจากใบแป๊ะก๊วย โดยถือว่าเจ้าจิงโก้ไบโลบานี้ เป็นเจ้าแห่งสมุนไพรของโลก โดยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดและมีความทนทานมาก เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จิงโก้ไบโลบานี้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เมื่อนำมาใช้กับผิวจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง จากการทำลายของภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพิษ,ควันบุหรี่,แสงแดด และความเครียดเป็นสมุนไพรที่เป็นหนึ่งในการชะลอความเสื่อม ของเซลล์ได้เป็นอย่างดี</p>
<div id="attachment_1866" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-1866" href="http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/centella-asiatica-3/"><img class="size-full wp-image-1866" title="Goto Kola (โกตูโกล่า)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/05/Centella-Asiatica.jpg" alt="Goto Kola (โกตูโกล่า)" width="200" height="163" /></a><p class="wp-caption-text">Goto Kola (โกตูโกล่า)</p></div>
<p><strong>Goto Kola (โกตูโกล่า)</strong> : เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกา สมัยก่อนประเทศอินเดียและจีน ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด สำหรับประเทศฝรั่งเศส ได้ยอมรับสมุนไพรชนิดนี้ว่ามีคุณค่าเทียมเท่ากับยาแผนปัจจุบัน สำหรับรักษาโรคแผลไหม้ น้ำร้อนลวก<br />
จากการศึกษาพบว่า โกตูโกล่า สามารถเพิ่มการเจริญของเซลล์ คอลลาเจนและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีในสัตว์ทดลอง ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีช่วยเซลล์ซ่อมแซม (healing) ได้รวดเร็ว</p>
<p><strong>Gingeng</strong> : โสมพืชสมุนไพรขึ้นชื่อที่สุดของจีน มีส่วนประกอบของสาร Ginsenoside ที่มีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้แก่ช้า ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ทนต่อความเครียด และลดการอ่อนล้า เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยยับยั้งการอักเสบและติดเชื้อ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ดังนั้นในด้านความงาม ได้นำคุณสมบัติของโสมดังกล่าว มาใช้ในครีมบำรุงผิวหน้า ชะลอความแก่ ผสมในโลชั่นบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง รวมถึงแชมพูสระผมที่ช่วยลดผมร่วง ครีมบำรุงผิวกาย</p>
<p><span id="more-1865"></span></p>
<p><strong>Hyaluronic acid</strong> : เป็นสารที่มีอยู่บนผิวหนังโดยธรรมชาติ ซึ่งมีความสามารถในการยึดจับน้ำให้อยู่กับผิว ได้เป็นอย่างดียิ่ง ช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ดูเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังสามารถลดริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าได้ด้วยโซเดียมไฮยารูโรเนท เป็น moisturizer โมเลกุลใหญ่ ที่จะสร้างฟิล์มบางๆเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว จึงสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้อย่างประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>Helichrynsum Italicum extract</strong> : เป็นสารสกัดที่ได้จากต้น Strawflower ที่มีฤทธิ์ ลดการอักเสบทำให้ผิวหนังมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดขบวนการเกิดออกซิเดชั่นเช่นกันทำให้ผิวหนังไม่เกิดริ้วรอย</p>
<p><strong>Horst chest nut</strong> : สารสกัดจาก ต้น Horse chest nut มีคุณสมบัติในการเพิ่มคุ้มกันให้กับผิวโดยออกฤทธิ์เป็นตัวช่วยในการฆ่าเชื้อ และลดการอักเสบ ทำให้ลดการบวมของผิว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดโดยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ช่วยลดปัญหาการเกิดเส้นเลือดขอด</p>
<p><strong>Isoflavoniods</strong> : เป็นสกัดจากพืชที่มี estrogen มีฤทธิ์ในการต้านการเกิดออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าสดใสไร้ริ้วรอย</p>
<p><strong>Jojoba oil</strong> : เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัด มีคุณสมบัติที่น้ำมันที่ช่วยในการหล่อลื่นในสหรัฐอเมริกามีการใช้อย่างกว้างขวาง ในผลิตภัณฑ์จำพวกแชมพู ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก ในผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิว สามารถช่วยรักษาความชุ่มชื้นกับผิว โดยไปทำการเคลือบบริเวณผิวไว้ทำให้ช่วยลดการสูญเสียน้ำออกไปจากผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลัง ดูมีน้ำมีนวล นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้อีกด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>Kojic Dipalmitate</strong> : โคจิคไดปามิเทต เป็น Kojic ที่มีความเสถียรมาก ทำหน้าที่เป็น clelating agent ที่จับกับโลหะ Copper ที่เป็นส่วนประกอบของ Tyrosinase ทำให้กระบวนการสร้างเม็ดสีผิวชะลอตัวลง ผิวจึงขาวขึ้น และถ้าใช้ร่วมกับ AHA จะช่วยกระตุ้นการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่า</p>
<p><strong>Licorice PT40</strong> : ชะเอม ช่วยทำให้ผิวขาวเรียบเนียนสม่ำเสมอ โดยมีฤทธิ์ยับยั้งกรสร้างเม็ดสีของ Tyrosinase และช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง</p>
<p><strong>Lipomoist 2013 </strong>: ใช้กระบวนการในการผลิตไลโปโซม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว ทำให้เกิดสารกลุ่ม Molecular film แผ่นฟิล์มบางๆ ที่สามารถซึมผ่านลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ให้ความกระชับตึงแก่ผิว อีกทั้งให้ความชุ่มชื้นที่ยาวนานและมากกว่าสาร moisturizer ทั่วๆ ไปที่มีใช้ในปัจจุบัน (Hyaluronic acid,glycosaminoglycans)</p>
<p><strong>Laminaria digitata</strong> : (สาหร่ายลามินาเรียดิจิตาตา) สาหร่ายทะเลแถบเมดิเตเรเนียน อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและอะมิโนแอซิดที่ให้ผลดีต่อผิวพรรณ เช่น สารเกลือแร่ในสาหร่ายชนิดนี้จะป้องกันเซลล์ผิวจากการทำลาย หรือการเสื่อมสภาพ มีกรดอะมิโนแอซิด ช่วยหล่อเลี้ยงให้เซลล์แข็งแรง สำหรับวิตามินจะบำรุงผิวที่ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2011/04/goto-kola-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

