<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เครื่องสำอาง โรงงานผลิตเครื่องสำอาง สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โรงงานเครื่องสำอาง รับผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง เวชสำอางมาตรฐาน GMP, ISO, Cosmeceutical Skincare OEM : บริษัท คอสมาพรอฟ จำกัด &#187; admin</title>
	<atom:link href="http://www.cosmaprof.co.th/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cosmaprof.co.th</link>
	<description>Cosmeceutical Skincare OEM : Cosmaprof Professional Cosmetics</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 17:01:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>การเลือกซื้อเครื่องสำอาง</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 17:01:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกซื้อเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=910</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ผู้บริโภคเลือกซื้อเองตามความพึงพอใจ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางทั่วไป ที่ไม่ต้องขออนุญาตผลิต ขออนุญาตฉลาก หรือ โฆษณา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้นข้อมูลที่ผู้บริโภคได้รับจึงมักเป็นข้อมูลเฉพาะด้านดีจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคจึงต้องพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้เครื่องสำอาง โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้ เครื่องสำอางทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายทั่วๆ ไป หรือขายตรงไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ หรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องมีฉลากภาษาไทย ต้องแสดงข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้บริโภคได้ทราย เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงตราความต้องการหรือไม่ ที่ฉลากจะต้องแสดงข้อความจำเป็นเบื้องต้น ได้แก่ ชื้อ ประเภทหรือชนิด ชื่อส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งขของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ และปริมาณสุทธิ พิจารณาลักษณะของผลิตภัณฑ์ว่าอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ ไม่แตก รั่ว ซึม หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อน ภาชนะบรรจุต้องปิดสนิท มีการเก็บรักษาอย่างดีไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นหรือถูกแสงแดด ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ควรซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งแน่นอน น่าเชื่อถือ หากมีปัญหาสามารถติดต่อหาผู้รับผิดชอบได้<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/' addthis:title='การเลือกซื้อเครื่องสำอาง' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<div id="attachment_911" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><strong><a rel="attachment wp-att-911" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/cosmetics-02/"><img class="size-full wp-image-911" title="การเลือกซื้อเครื่องสำอาง" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/02/Cosmetics-02.jpg" alt="การเลือกซื้อเครื่องสำอาง" width="300" height="316" /></a></strong><p class="wp-caption-text">การเลือกซื้อเครื่องสำอาง</p></div>
<p>เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ผู้บริโภคเลือกซื้อเองตามความพึงพอใจ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางทั่วไป ที่ไม่ต้องขออนุญาตผลิต ขออนุญาตฉลาก หรือ โฆษณา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้นข้อมูลที่ผู้บริโภคได้รับจึงมักเป็นข้อมูลเฉพาะด้านดีจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคจึงต้องพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้เครื่องสำอาง โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้</p>
<p>เครื่องสำอางทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายทั่วๆ ไป หรือขายตรงไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ หรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องมีฉลากภาษาไทย ต้องแสดงข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้บริโภคได้ทราย เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงตราความต้องการหรือไม่ ที่ฉลากจะต้องแสดงข้อความจำเป็นเบื้องต้น ได้แก่ ชื้อ ประเภทหรือชนิด ชื่อส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งขของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ และปริมาณสุทธิ</p>
<p>พิจารณาลักษณะของผลิตภัณฑ์ว่าอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ ไม่แตก รั่ว ซึม หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อน ภาชนะบรรจุต้องปิดสนิท มีการเก็บรักษาอย่างดีไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นหรือถูกแสงแดด</p>
<p>ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ควรซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งแน่นอน น่าเชื่อถือ หากมีปัญหาสามารถติดต่อหาผู้รับผิดชอบได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6 วิธีดูแลผิวให้นุ่มเนียนและกระชับ</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 17:01:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[การขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[การนวด]]></category>
		<category><![CDATA[การลอกผิว]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีดูแลผิว]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[1. ลอก 
การลอกผิวจะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และยังช่วยสลายไขมัน คุณสามารถจะลอกผิวได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยนำเกลือทะเลผสมน้ำมันมะกอกมานวดขัดผิว โดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีเซลลูไลต์ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='6 วิธีดูแลผิวให้นุ่มเนียนและกระชับ' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีที่ทำให้ สวย เด้ง ตึง ได้ทุกสัดส่วนของร่างกายง่ายๆ ดังนี้</strong></p>
<div id="attachment_1845" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-1845" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/skincare-cosmaprof/"><img class="size-full wp-image-1845" title="SkinCare-Cosmaprof" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/01/SkinCare-Cosmaprof.jpg" alt="วิธีดูแลผิวให้นุ่มเนียนและกระชับ" width="200" height="191" /></a><p class="wp-caption-text">วิธีดูแลผิวให้นุ่มเนียนและกระชับ</p></div>
<p><strong>1. ลอก </strong><br />
การลอกผิวจะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และยังช่วยสลายไขมัน คุณสามารถจะลอกผิวได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยนำเกลือทะเลผสมน้ำมันมะกอกมานวดขัดผิว โดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีเซลลูไลต์ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด</p>
<p><strong>2. ขัด</strong><br />
การขัดผิวเบาๆ โดยใช้แปรงนุ่มๆ หรือใยบวบที่แช่น้ำให้นิ่ม จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอทั่วถึง และยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้หมดจด เวลาที่เหมาะที่สุดในการขัด คือขณะฟอกสบู่ อาบน้ำ</p>
<p><strong>3. ห่อ</strong><br />
หมั่นนำพลาสติกใสๆ บางๆ มาพันต้นขาให้กระชับเพรียวสวย โดยเริ่มจากลงไปแช่น้ำอุ่น จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง นำผ้าขนหนูจุ่มน้ำร้อนที่ผสมน้ำมันหอม (กลิ่นมะนาวหรือโรสแมรี่) บิดให้แห้งพอหมาดแล้วนำมาพันต้นขา จากนั้นจึงพันด้วยแผ่นฟิล์มแล้วทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง</p>
<p><span id="more-135"></span></p>
<p><strong>4. ดัน</strong><br />
เป็นการบริหารที่ควรทำทุกวันเพื่อให้ช่วงอกสวย ประกบฝ่ามือทั้งสองไว้กลางหว่างอก (เหมือนการไหว้) เกร็งและดันฝ่ามือทั้งสองซึ่งกันและกัน ค้างไว้ 10 นาที แล้วทำซ้ำ 5 ครั้ง</p>
<p><strong>5. กลิ้ง </strong><br />
การนวดโดยใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งไปบนผิว จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น ทั้งนี้ควรจะนวดหมุนเป็นวงกลม เริ่มจากขา แขน แล้วปิดท้ายด้วยบริเวณ ช่วงลำตัว</p>
<p><strong>6. ดึง </strong><br />
ใครที่มีไขมันสะสมใต้ผิวหนังตรงสะโพก หรือแก้มก้นมากเกินไป อาจลดได้ด้วยวิธีใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือดึงผิวหนังให้ทั่วทั้งบริเวณสะโพก หมั่นทำเป็นประจำ วันละ 10 นาที ผิวแตกลายจะจางลง</p>
<p>ที่มา http://www.tlcthai.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสีผิว</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 17:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[carotene]]></category>
		<category><![CDATA[melanin]]></category>
		<category><![CDATA[oxyhemoglobin]]></category>
		<category><![CDATA[reduced hemoglobin]]></category>
		<category><![CDATA[skin color]]></category>
		<category><![CDATA[skin colour]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแดง]]></category>
		<category><![CDATA[สีผิว]]></category>
		<category><![CDATA[สีผิวเกิดจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[ชนิดของสีผิว
สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้

melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ
oxyhemoglobin สีแดง (red)
reduced hemoglobin สีเขียว (blue)
carotene สีเหลือง (yellow)
สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง
สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้ melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ oxyhemoglobin สีแดง (red) reduced hemoglobin สีเขียว (blue) carotene สีเหลือง สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสีผิว' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_83" class="wp-caption alignleft" style="width: 292px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincolor0102.gif"><img class="size-full wp-image-83" title="skin color" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincolor0102.gif" alt="สีผิว" width="282" height="248" /></a><p class="wp-caption-text">สีผิว</p></div>
<p><strong>ชนิดของสีผิว</strong></p>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้</span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;"><br />
melanin<span style="color: #993300;"> สีน้ำตาล (brown) </span>/ ดำ</span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">oxyhemoglobin <span style="color: #ff0000;">สีแดง (red)</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">reduced hemoglobin <span style="color: #339966;">สีเขียว (blue)</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">carotene <span style="color: #e0ee11;">สีเหลือง (yellow)<br />
</span></span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="font-weight: normal;">สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง</span></div>
<p><span style="font-weight: normal;">สีผิวปกติที่เห็นเป็นสีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำนั้น อันที่จริงเกิด จากการผสมของสีของสารต่างๆ ดังนี้ melanin สีน้ำตาล (brown) / ดำ oxyhemoglobin สีแดง (red) reduced hemoglobin สีเขียว (blue) carotene สีเหลือง สีดำจะผสมกันเกิดเป็นผิวสีต่างๆ ดังภาพจำลอง</span><br />
<span style="font-weight: normal;"><br />
<span id="more-82"></span><br />
</span><br />
<strong>การเปลี่ยนแปลงของสีในผิวหนัง</strong></p>
<div>
<div>สีน้ำตาล/ดำ ซึ่งเป็นสีของ melanin ที่อยู่ที่ระดับหนังกำพร้านั้นจะเป็นสีหลักของสีผิว สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันจะมีผลให้สีผิวเปลี่ยนแปลง เช่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยมี melanin เพิ่มขึ้นในชั้นหนังกำพร้าซึ่งอาจเกิดสีเข้มขึ้นทั่วบริเวณ หรือบางบริเวณซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรอยเข้ม สีน้ำตาลจนถึงดำ แต่ถ้า melanin อยู่ในหนังแท้ รอยเข้มจะเป็นสีคล้ำปนเขียวจนถึงสีเขียว เช่น mongolian spot ในเด็กแรกเกิด</div>
<div><strong>สีแดง</strong> ซึ่งเป็นสีของ oxyhemoglobin สีนี้จะเข้มขึ้นเมื่อมีการขยายตัวของหลอดเลือด ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติจะเห็นผิวเป็นสีแดง</div>
<div><strong>สีเขียว</strong> ซึ่งเป็นสีของ reduced hemoglobin ที่เปลี่ยนแปลงมาจาก oxyhemoglobin ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างดาย และการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะเกิดเฉพาะบางบริเวณ เช่น เป็นทั้งหน้าหรือทั้งมือ สีผิวหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีคล้ำจนถึงสีเขียว แต่สีจะกลับเป็นปกติในเวลาอันสั้น ถ้า reduced hemoglobin นั้นยังอยู่ในหลอดเลือด แต่จะอยู่นานถ้า reduced hemoglobin นี้ออกนอกหลอดเลือดไปอยู่ใต้ผิวหนัง สีผิวจะเริ่มต้นเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำต่อมาจึงจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสีนี้ไปรวมกับสีอื่น เช่น สีของ melanin สีผิวอาจจะไม่เห็นเป็นสีเขียวแต่จะเห็นเป็นสีคล้ำหรือคล้ำปนเขียว หรือสีน้ำตาลคล้ายกับสี melanin ก็ได้</div>
<div><strong>สีเหลือง</strong> จะเป็นสีของ bile pigment สีนี้มักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นเกิดภาวะที่มีน้ำดีคั่ง หรือการรับประทานอาหารที่มีสาร carotene มาก เช่นมะละกอ ฟักทอง ปกติสีนี้จะถูกผสมกลมกลืน ไปกับสีอื่นหมดคือจะไม่เห็นสีเหลืองเด่นชัด แต่ถ้ามีปริมาณมากจึงจะทำให้เห็นสีเหลืองออกมาเด่นชัด และการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดทั่วตัว</div>
<div>ดังนั้นการที่ผิวจะเข้มขึ้นเฉพาะบางที่หรือบางบริเวณซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรอยเข้ม มักเกิดจากการที่สีของ melanin หรือ reduced hemoglobin เพิ่มขึ้น</div>
</div>
<div><strong>ปัจจัยที่ก่อให้เกิดรอยเข้ม </strong></div>
<div>
<div style="display: inline !important;"><span style="font-weight: normal;"><strong>สีของ melanin อิทธิพลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้</strong> </span></div>
</div>
<div><strong></p>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>1. การสร้าง melanin</strong> เพิ่มขึ้นซึ่งอาจถูกกระตุ้นโดยแสงแดด หรือรอยดำจาการอักเสบ (post inflammatory hyperpigmentation) หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด โดยปกติ melanin จะอยู่ในชั้นหนังกำพร้า แต่ในบางครั้งก็อาจพบอยู่ในชั้นหนังแท้ เช่น การเกิดฝ้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>2. มีการสะสม (accumulation)</strong> ของ melanin อันอาจเกิดจากการที่มีการสร้าง keratin มากขึ้น หรือ keratin ลอกหลุดช้า จนบางครั้งอาจเรียกว่า สีของ keratin เช่น การเกิด ichthyosis และการเกิดกระเนื้อ (seborrheic keratosis) </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>3. มีจำนวนของ melanocyte</strong> เพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณของ melanin เพิ่มขึ้นได้ด้วย โดยอาจจะอยู่เฉพาะในหนังกำพร้าหรือหนังแท้หรือทั้ง 2 ตำแหน่ง เช่น การเกิดกระ (freckle) ขี้แมลงวัน (lentigo) </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>สีของ reduced hemoglobin (heme) สีจากฮีม</strong></span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>1. การเกิด heme</strong> ภายในหลอดเลือด เกิดจากการที่เสียความยืดหยุ่น ทำให้มีการขยายตัวผิดปกติในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งมีผลทำให้เกิดการคั่งค้างของเม็ดเลือด เช่น การเกิด telangiectasia มีผลทำให้ปริมาณ heme ในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นผลลัพธ์คือ บริเวณนั้นดูเป็นสีคล้ำหรือคล้ำปนเขียวหรือสีน้ำตาลคล้ายเป็นฝ้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><strong>2. หลอดเลือดแตก</strong> หรือหลอดเลือดสูญเสียความสามารถในการกักกั้นเม็ดเลือด อาจจะเป็นเพราะการอักเสบหรือชอกช้ำ ทำให้เม็ดเลือดจะเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อเกิด heme ในเม็ดเลือดและในที่สุดเมื่อเม็ดเลือดแตกออก reduced heme ก็จะไปแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์คือ ผิวในบริเวณนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง และในที่สุดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว และถ้ามีจำนวน melanin เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากการอักเสบของผิวหนังเหนือบริเวณนั้น ก็จะเป็นสีคล้ำคล้ำปนเขียวหรือสีน้ำตาลได้ </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;">รอยเข้มบนใบหน้า </span></div>
<div><span style="font-weight: normal;"><br />
</span></div>
<div><span style="font-weight: normal;">สีผิวบนใบหน้าโดยปกติจะสม่ำเสมอพอๆ กันโดยทั่วไป แต่ในบางกรณีสีผิวในบางบริเวณ อาจเกิดรอยเข้มขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายโรคและหลายสาเหตุ โดยจะมีลักษณะทางคลินิก พยาธิกำเนิดที่แตกต่างกันไป </span></div>
<p></strong><strong> </strong></p>
</div>
<p>ที่มา :  http://www.elib-online.com/doctors2/skin_color01.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>21 เคล็ดลับความสาว</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 17:01:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ซอสถั่วเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับความสาว]]></category>
		<category><![CDATA[แสง UV]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ไวน์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[ใคร ๆ ก็อยากดูอ่อนกว่าวัยทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม เรามีเคล็ดลับ 21 อย่าง ที่จะทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยเสมอมาฝากค่ะ

1. งดรับประทานอาหารที่จะทำให้ฟันของคุณไม่ขาวอย่างที่ควรจะเป็น อย่างเช่น ไวน์แดง ซอสถั่วเหลือง หรือสเต็ค แล้วหันมาเคียวอาหารจำพวกแอปเปิล แครอท หรือแตงกวา เซลลูโลสในผิวของมัน จะทำความสะอาดผิวฟันของคุณให้ขาวสดใส

2. เลือกยาสีฟันที่มีสีขาว ที่ผสมฟลูออไรด์ และพยายามแปรงฟันหลังอาหาร หากไม่สามารถทำได้ ก็ให้เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล แต่อาจจะมีสารจำพวกเพิ่มความขาว เคี้ยวสัก 20 นาทีก็พอ เพราะมันจะช่วยลดคราบฟันได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' addthis:title='21 เคล็ดลับความสาว' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใครๆ ก็อยากดูอ่อนกว่าวัยทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม เรามีเคล็ดลับ 21 อย่าง ที่จะทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยเสมอ</strong></p>
<div id="attachment_151" class="wp-caption alignleft" style="width: 257px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincare1.jpg"><img class="size-full wp-image-151" title="เคล็ดลับความสาว" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincare1.jpg" alt="เคล็ดลับความสาว" width="247" height="323" /></a><p class="wp-caption-text">เคล็ดลับความสาว</p></div>
<p>1. งดรับประทานอาหารที่จะทำให้ฟันของคุณไม่ขาวอย่างที่ควรจะเป็น อย่างเช่น ไวน์แดง ซอสถั่วเหลือง หรือสเต็ค แล้วหันมาเคียวอาหารจำพวกแอปเปิล แครอท หรือแตงกวา เซลลูโลสในผิวของมัน จะทำความสะอาดผิวฟันของคุณให้ขาวสดใส</p>
<p>2. เลือกยาสีฟันที่มีสีขาว ที่ผสมฟลูออไรด์ และพยายามแปรงฟันหลังอาหาร หากไม่สามารถทำได้ ก็ให้เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล แต่อาจจะมีสารจำพวกเพิ่มความขาว เคี้ยวสัก 20 นาทีก็พอ เพราะมันจะช่วยลดคราบฟันได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>3. หากคุณมีปัญหาเรื่องฟันไม่ขาว ก็ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ที่เรียกว่า Crest White Strip โดยใส่ไว้สัก 30 นาที วันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ฟันขาวขึ้นมาได้ภายในสองสัปดาห์ ซึ่งทางที่ดีควรจะปรึกษาทันตแพทย์</p>
<p>4. ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าลืมครีมกันแดดเป็นอันขาด เพราะแสง UV เป็นสาเหตุให้คุณเหี่ยวเร็วอย่างคาดไม่ถึง เราแนะนำAge Protecting Face Creme SPF 25</p>
<p>5. ปรนนิบัติผิวตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ตั้งแต่การทำความสะอาด ไปจนถึงการใช้ครีมบำรุง</p>
<p>6. หาเวลาในการพักผ่อน อย่างเช่น การไปทะเล แล้วไปหาอาหารทะเลรับประทาน<span id="more-147"></span>โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของคุณ</p>
<p>7. รับประทานชาเขียว เพราะมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของระบบการสร้างความยืดหยุ่นของผิว</p>
<p>8. รับประทานอาหารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น วิตามิน C , E และเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารเหล่านี้ มีในมะเขือเทศ แครอท เป็นต้น</p>
<p>9. รับประทานน้ำมันโอลิเวอร์ ช่วยป้องกันจุดด่างดำต่าง ๆ ที่เกิดกับผิว</p>
<p>10. ออกกำลังกายครั้งละ 20 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ถ้าต้องการเห็นผลเร็ว อาจเพิ่มเป็น 30 หรือ 40 นาทีก็ได้</p>
<p>11. ยกน้ำหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ</p>
<p>12. ดูแลผมให้สุขภาพดีเสมอ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ให้ Hot oil บำรุงเป็นประจำทุกสัปดาห์</p>
<p>13. หาทรงผมที่เหมาะกับตัวคุณ การไว้ผมยาวเกินไป หรือสั้นเกินไป อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณดูแก่ลงได้ ให้เลือกที่พอเหมาะพอดี</p>
<p>14. บำรุงผิวก่อนแต่งหน้า โดยอาจจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวสว่างใส ก่อนที่จะลงรองพื้นและเครื่องสำอางอื่น ๆอย่างเช่น Mild Cleansing Milk , Gentel Cleansing Gel</p>
<p>15. ระมัดระวังเรื่องของการใช้อายไลน์เนอร์ และอาจจะช่วยเพิ่มไฮไลท์บริเวณกระดูกใต้คิ้ว และมาสคาร่าที่เพิ่มความหนาให้กับขนตา</p>
<p>16. ถ้าคุณอายุเกิน 25 ปี ปากจะเริ่มบางลง ซึ่งควรจะใช้ดินสอเขียนขอบปากช่วยหรืออาจจะใช้ลิปมันช่วย ทำให้ดูปากอวบอิ่มและสุขภาพดี รวมทั้ง อย่าลืมเลือกลิปสติก pH5 Lip Active ที่ให้ความชุ่มชื้น หรืออาจจะมีสารกันแดดผสมก็ได้</p>
<p>17. ปัญหาเรื่องรูขุมขน นับว่าเป็นปัญหาใหญ่เมื่ออายุมากขึ้น เพราะฮอร์โมนจะเปลี่ยนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ผิวหน้าจะดูหยาบขึ้น ควรจะใช้โทนเนอร์ ช่วยกระชับรูขุมขนบ้าง แม้จะไม่ใช่ทางแก้ปัญหาถาวรก็ตามที แนะนำให้ใช้ Balancing Toner โทนิกสูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-free) ใช้เช็ดปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขน</p>
<p>18. จุดด่างดำต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่ออายุเข้าเลข 3 ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้น มาจากแสงอาทิตย์เราแนะนำ EnzymeS Active .. เอนไซม์-โลชั่น ชนิดแรกที่มี Subtilisin (ซับทิลิซิน) เอนไซม์จากธรรมชาติ ที่เข้าผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดที่หมองคล้ำออกไปอย่างอ่อนโยนและปลอดภัย โดยไม่ทำร้ายผิวเหมือนสารเคมี และหากพบปัญหาในบริเวณกว้าง ควรจะพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>19. ริ้วรอยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าผาก หัวคิว ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกแย่ อาจจะปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดโบท๊อกได้ หรือ ใช้ชุดยกกระชับผิว Mature Skin</p>
<p>20. ความชุ่มชื้นเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ดวงตาของตนดูอ่อนวัยและสดใส ควรจะใช้อายครีมวันละ 2 ครั้ง</p>
<p>21. ปัญหาเรื่องตีนกา แพทย์ผิวหนังอาจจะช่วยได้ หรืออาจลองใช้ Vital Active Eye Capsule ซึ่งผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่า ช่วยลดเลือนริ้วรอยลึกและเพิ่มความกระชับให้กับผิวรอบดวงตาภายใน 4 สัปดาห์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลรักษาผิวประเภทต่างๆ</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2012 17:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลรักษาผิว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=233</guid>
		<description><![CDATA[1. ผิวธรรมดา  คือ ผิวที่มักจะไม่มีปัญหา นับว่าสุขภาพผิวดีเลยทีเดียว สังเกตง่ายๆ ว่าเรามีผิวธรรมดาหรือไม่ให้ดูที่ผิวของเราว่ามีความยืดหยุ่นดี มีความเรียบเนียนไม่หยาบกร้าน รูขุมขนเล็กละเอียด ผิวไม่แห้งแตกเป็นขุย หรือมีน้ำมันเยิ้มมากเกินไป
<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/' addthis:title='การดูแลรักษาผิวประเภทต่างๆ' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_234" class="wp-caption alignleft" style="width: 257px"><a rel="attachment wp-att-234" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/%e0%b8%b4%e0%b8%b3beauty-skin/"><img class="size-full wp-image-234" title="การดูแลรักษาผิวประเภทต่างๆ" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/07/ิำbeauty-skin.jpg" alt="การดูแลรักษาผิวประเภทต่างๆ" width="247" height="304" /></a><p class="wp-caption-text">การดูแลรักษาผิวประเภทต่างๆ</p></div>
<p><strong>1. ผิวธรรมดา</strong> คือ ผิวที่มักจะไม่มีปัญหา นับว่าสุขภาพผิวดีเลยทีเดียว สังเกตง่ายๆ ว่าเรามีผิวธรรมดาหรือไม่ให้ดูที่ผิวของเราว่ามีความยืดหยุ่นดี มีความเรียบเนียนไม่หยาบกร้าน รูขุมขนเล็กละเอียด ผิวไม่แห้งแตกเป็นขุย หรือมีน้ำมันเยิ้มมากเกินไป</p>
<p><strong>2. ผิวบอบบาง</strong> คือ ผิวที่มักจะมีปัญหาสักหน่อย เพราะจะแพ้และไวต่อสารเคมีได้เร็ว ส่วนใหญ่แล้วปัญหาของคนผิวบอบบางนั้นมักเกิดจากโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย ผู้ที่มีผิวบอบบางจึงไม่ควรปล่อยให้ผิวมีความมันหรือแห้งเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ผิวเกิดผดผื่นคัน และเกิดสิวได้ง่าย และทุกครั้งที่ใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดอาการแพ้ ก็ควรหยุดใช้ทันที อย่าดันทุรังฝืนใช้ เพราะอาจะไปทำลายผิวชั้นในจนยากแก่การรักษาได้  โดยเฉพาะแสงแดด หรือความร้อนหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะผิวจะไม่สามารถทนต่อความร้อนจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดรอยไหม้ และผิวแสบร้อนได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น</p>
<p><strong>3. ผิวมัน</strong> คือ ผิวที่มักมีปัญหา โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำมันส่วนเกินของผิวมากเกินไป จะประสบกับปัญหาของกลิ่นตัวมากกว่าผิวประเภทอื่น สาเหตุที่ผิวมีน้ำมันมากเกินไป ก็เนื่องมาจากรูขุมขนของผิวหนังกว้าง และผิวไม่เรียบเนียน ผู้มีผิวมันจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงในเรื่องของสิวอุดตัน และสิวเสี้ยนได้<span id="more-233"></span></p>
<p><strong>4. ผิวแห้ง</strong> คือ ผิวที่ไม่ค่อยมีปัญหาอันใด หากรู้จักบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาได้ เพราะผู้ที่มีผิวแห้งจะมีผิวที่มีความเรียบเนียน รูขุมขนละเอียดเล็ก และมักไม่ค่อยประสบกับปัญหาในเรื่องของสิวเสี้ยน แต่จะมีข้อเสียอยู่ที่ว่าผู้ที่มีผิวแห้งมักจะเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น สาเหตุเพราะผิวขาดความชุ่มชื้น และแห้งแตกเป็นขุยนั้นเอง</p>
<p><strong>5. ผิวผสม</strong> คือ ผิวที่มีวิธีการดูแลรักษาที่ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีลักษณะของผิวหลายประเภทผสมอยู่ด้วยกัน บางจุดอาจจะมีความมันส่วนเกินมากเกินไป หรือบางจุดแห้งแตกเป็นขุย สำหรับผู้ที่มีผิวผสมจึงต้องรู้จักเลือกวิธีการดูแลบำรุงรักษาให้ถูกจุด จึงจะช่วยทำให้ผิวเกิดความสม่ำเสมอกัน</p>
<p>@samunpri.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณ</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:01:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาวกระจ่างใส]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวสวยใส]]></category>
		<category><![CDATA[มอยซ์เจอร์ไรเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รังสี UV]]></category>
		<category><![CDATA[เกิดริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แก่ก่อนวัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ไอแดด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=163</guid>
		<description><![CDATA[ผิวขาวกระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ และมีสุขภาพดี…คงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่าไม่อยากมีผิวแบบข้างต้น ซึ่งนอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน
<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/' addthis:title='อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณ' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_162" class="wp-caption alignleft" style="width: 257px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincare01.jpg"><img class="size-full wp-image-162" title="อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณ" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/06/skincare01.jpg" alt="อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณ" width="247" height="165" /></a><p class="wp-caption-text">อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณ</p></div>
<p>อวดผิวสวยใสในสไตล์คุณอย่างมั่นใจกลางไอแดด ผิวขาวกระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ และมีสุขภาพดี…คงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่าไม่อยากมีผิวแบบข้างต้น ซึ่งนอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน</p>
<p>แสงแดด&#8230; คือหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวของคุณให้หมองคล้ำ เสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอย และแก่ก่อนวัย เพื่อให้เราสามารถดูแลผิว และปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี</p>
<p>แสงแดดที่มาจากดวงอาทิตย์นั้น ประกอบไปด้วยรังสี 2 ชนิด คือรังสีที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น สีม่วง สีแดง สีเหลือง เป็นต้น และอีกชนิดคือรังสีที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งก็คือ รังสี UV และรังสีอินฟาเรด และถ้าเราพูดกันถึงเรื่องความสวยความงามแล้วละก็ รังสีที่ส่งผลต่อความสวยความงามของเราก็คือรังสี UV นั่นเอง</p>
<p><strong>ภัยจากรังสี UV</strong> ที่มีผลต่อความสวยความงามแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือรังสี UVA และ รังสี UVB</p>
<p><strong>- รังสี UVA กับริ้วรอย</strong> &#8230; รังสี UVA ส่งผลต่อผิวหนังชั้นเดอมิส (Dermis) โดยทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (free radical) และเกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจน (collagen) ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ขาดความตึงกระชับ และริ้วรอยลึกแห่งวัย ซึ่งเป็นผลเสียแบบสะสมของการออกแดดเป็นประจำ เป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่มีการป้องกันที่ถูกต้องและเหมาะสม</p>
<p><strong>- รังสี UVB กับ Sunburn</strong> &#8230;รังสี UVB ส่งผลต่อเซลล์เมลาโนไซท์ (melanocyte) ในผิวชั้นบนสุด (epidermis) ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีผิวเมลานิน (melanin) ผิวจึงหมองคล้ำ เกิดเป็นปัญหาจุดด่างดำ และกระ-ฝ้า นอกจากนี้ยังทำให้ผิวเกิดอาการร้อนแดง และไหม้เกรียมได้ (Sun burn) ซึ่งผลจากรังสี UVB จะเป็นผลระยะสั้นๆ เช่น หลังจากที่เราออกกลางแดดไม่กี่นาทีก็สามารถเกิดอาการผิวไหม้เกรียมจากแสงแดด ได้แล้ว นอกจากนี้รังสี UVB ยังอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย<span id="more-163"></span></p>
<p><strong>เราสามารถป้องกันรังสี UV ได้อย่างไร</strong>&#8230; สำหรับการป้องกันรังสี UV นั้น สามารถทำได้หลายวิธี เช่น</p>
<p>- การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเน้นไปที่เสื้อผ้าสีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาล เทา เป็นต้น และเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าถักทอแน่น ไม่โปร่ง เพื่อป้องกันรังสี UV</p>
<p>- สวมหมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดด เพื่อปกป้องใบหน้าและดวงตาจากรังสี UV และเลือกใช้ร่มที่เคลือบสารป้องกันรังสี UV</p>
<p>- หลีกเลี่ยงการออกกลางแดดในช่วง 9 โมงเช้า ถึง บ่าย 3 โมง เพราะเป็นช่วงที่รังสี UVB มีความแรงมากที่สุด</p>
<p>- ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดทาผิว เช่น โลชั่นกันแดด, ครีมกันแดด</p>
<p>มีหลักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไร&#8230;.. เชื่อได้เลยว่าสำหรับสภาพอากาศของเมืองไทยคงไม่มีใครใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือสวมหมวกปีกกว้าง แน่นอน ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ น่าสนใจ</p>
<p><strong>สารกันรังสี UV หรือ UV filter มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ</strong></p>
<p><strong>- สารกันรังสี UV แบบกายภาพ (Physical UV filter)</strong> ซึ่งทำหน้าที่ในการสะท้อนกลับรังสี UV ที่ส่องมากระทบผิวของเรา ซึ่งสารกันรังสี UV ชนิดนี้ให้ความปลอดภัยค่อนข้างสูง มีโอกาสที่จะ เกิดการระคายเคืองน้อย เช่น Titanium Dioxide แต่มีข้อเสียคือถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ผิวแลดูขาวจนเกินไป</p>
<p><strong>- สารกันรังสี UV แบบสารเคมี (Chemical UV filter)</strong> ทำหน้าที่ดูดซับและกรองรังสี UV ไว้ที่ตัวเอง และส่งผ่านไปที่ผิวได้บ้าง เนื่องจากเป็นสารเคมีการใช้ในปริมาณสูงจึงมีโอกาสที่จะทำให้เกิดการระคาย เคืองผิวได้</p>
<p>ปัจจุบัน ครีมกันแดดส่วนใหญ่ในท้องตลาดจึงนิยมผลิตออกมาในรูปแบบผสมผสานกันระหว่างสาร กันแดดทั้ง 2 ชนิด เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดผลเสียจากการใช้สารกันแดดชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดูสวยสดใสแม้ยามตื่นนอน</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 17:01:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=176</guid>
		<description><![CDATA[หน้ามัน หัวกระเซิง ตาบวม เหล่า นี้ เป็นอาการปกติของคนเราเมื่อยามตื่นนอนค่ะ แต่สาวๆ หลายๆ คนบอกว่า รับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เพิ่งจะแต่งงาน ข้าวใหม่ปลามันช่วงวันฮันนีมูน จะให้สามีตื่นมาเห็นสภาพที่แท้จริงอาจจะต้องกรี๊ดสลบ สาวบางคน ถึงกับต้องรีบตื่นมาดูแลหน้า ผม ผิวพรรณกันก่อนที่สามีจะตื่นมาเห็นเข้า จนแล้วจนเล่าต้องปฏิบัติแบบนี้ไปจนวัยชราเลยก็มี<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/' addthis:title='ดูสวยสดใสแม้ยามตื่นนอน' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_178" class="wp-caption alignleft" style="width: 257px"><a href="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/07/Beautiful.jpg"><img class="size-full wp-image-178" title="ดูสวยสดใสแม้ยามตื่นนอน" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2010/07/Beautiful.jpg" alt="ดูสวยสดใสแม้ยามตื่นนอน" width="247" height="255" /></a><p class="wp-caption-text">ดูสวยสดใสแม้ยามตื่นนอน</p></div>
<p>อันดับแรกของการดูแล ควรจะเป็นผิวพรรณ ตามมาด้วยผม แก้ม ปาก</p>
<p>หน้ามัน หัวกระเซิง ตาบวม เหล่า นี้ เป็นอาการปกติของคนเราเมื่อยามตื่นนอนค่ะ แต่สาวๆ หลายๆ คนบอกว่า รับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เพิ่งจะแต่งงาน ข้าวใหม่ปลามันช่วงวันฮันนีมูน จะให้สามีตื่นมาเห็นสภาพที่แท้จริงอาจจะต้องกรี๊ดสลบ สาวบางคน ถึงกับต้องรีบตื่นมาดูแลหน้า ผม ผิวพรรณกันก่อนที่สามีจะตื่นมาเห็นเข้า จนแล้วจนเล่าต้องปฏิบัติแบบนี้ไปจนวัยชราเลยก็มี</p>
<p>จริงๆ แล้ว เรามีวิธีที่จะช่วยแบ่งเบาค่ะ ช่วยให้คุณสาวๆ ยังคงดูดี แม้จะไม่สวยปิ้งเหมือนนางเอกหนังตื่นนอนก็เถอะ แต่มันจะทำให้คุณไม่แย่อย่างที่เขาคิด</p>
<p>ดูแลผิวพรรณกันก่อนค่ะ ใครที่เป็นสาวผิวมัน ตื่นมาหน้าเยิ้ม ก็ควรจะใช้มอยเจอไรเซอร์แบบดูดซับความมันมาทาก่อนนอน โดยผลิตภัณฑ์เหล่านั้น จะมีคำว่า “Gentel” ปรากฏบนฉลาก ดังเช่น Gentel Cleansing Gel แต่ถ้าไม่ใช่คนผิวมัน ก็ให้ใช้ครีมที่มีเนื้อบางเบา แต่มีคุณสมบัติในการเก็บกักความชุ่มชื้นแทนค่ะ</p>
<p>อันดับถัดมาเป็นเรื่องของผม ถ้ามันชี้รอบทิศทางมีเทคนิคช่วยแก้ไขค่ะ นั่นคือก่อนนอนให้ถักเปียหลวม ๆ พอเช้าก็แกะออก ผมคุณก็จะเป็นลอนๆ คลื่นๆ ดูเซ็กซี่ไปอีกแบบค่ะ หรือ คุณอาจจะใช้ pH5 Shampoo ก็ได้นะคะ เพราะแชมพูตัวนี้จะช่วยบำรุงเส้นผม และหนังศรีษะให้ชุ่มชื้น</p>
<p>คราวนี้มาดูแก้มและปากบ้างนะคะ แน่นอนอยู่แล้วว่า เราไม่ควรจะแต่งหน้าทาปากก่อนนอน เพราะเครื่องสำอางค์จะเข้าไปอุดตัน ทำให้เป็นสิวได้ ซึ่งในกรณีที่จำเป็นมากๆ เราสามารถใช้บลัชออนในรูปของเจล<br />
ลงแก้มและลิปก ลอสทาปากได้ค่ะ ระหว่างวันนั้น หากเราไม่แต่งหน้าจัดเราสามารถบำรุงริมฝีปากให้สวยนวลเนียนแบบธรรมชาติด้วย pH5 Lip Active</p>
<p>สร้างความสดชื่นด้วยน้ำเย็น พอตื่นขึ้นมาให้เอาน้ำแข็งแช่น้ำสักสองก้อน แล้วเอามาล้างหน้า เพื่อปลุกผิวให้ตื่น จากนั้น ให้ลงครีมลดริ้วรอยบริเวณใต้ตา ยูเซอริน ไวเทิล แอคทีฟ อินเทนซีฟ อาย แคร์ และจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ อาจจะปัดมาสคาร่าได้ และลงบลัชออนแบบครีมหรือเจลบางๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 17:01:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Whitening]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กระ]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดยาคุม]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาฝ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ลอกหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เลเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=3076</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า 1. ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ โดยการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิดอาจหายได้เองหลังคลอดหรือหลังหยุดใช้ยาคุมกำเนิด (อาจใช้เวลาเป็นสองเท่าของระยะเวลาที่กินยาคุมกำเนิด เช่น ถ้ากินยาอยู่นาน 1 ปี ก็อาจใช้เวลาถ้า 2 ปี กว่าฝ้าจะหาย) 2. ฝ้าอาจมีสาเหตุจากโรคที่ซ่อนเร้นภายในร่างกาย เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเอสแอลอี ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นที่แก้มคล้ายรอยฝ้าได้ ดังนั้นถ้าพบมีอาการผิดสังเกตอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย ปวดข้อ ผมร่วง เป็นไข้เรื้อรัง เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ 3. ยารักษาฝ้าบางชนิดอาจมีสารเคมีที่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ทำให้หน้าขาววอกเป็นรอยแดงหรือเป็นรอยด่างอย่างน่าเกลียด ดังนั้น จึงควรระมัดระวังอย่าซื้อยาลอกฝ้ามาทาเองอย่างส่งเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่โฆษณาว่าทำให้หายได้ทันที ยาลอกฝ้าที่ผสมสารปรอทอาจทำให้ฝ้าจางลงแต่อาจมีอันตรายจากการสะสมปรอทที่ผิวหนังและในร่างกายได้ 4. ในการรักษาฝ้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นแรมเดือนหรืออาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพียงแต่ใช้ยากันแสงและยาลอกฝ้าทาไปเรื่อย ๆ ถ้าหยุดยาอาจกำเริบได้ใหม่ สำหรับฝ้าที่อยู่ตื้อ ๆ (สีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม) มักจะรักษาได้ผลดีแต่ฝ้าที่อยู่ลึก (สีน้ำตาลเทาหรือสีดำ) อาจได้ผลช้าหรือไม่ได้ผลเลย 5. การลอกหน้า ขัดผิว ตามร้านเสริมสวยทั้งน่ากลัวแล้วยังอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/' addthis:title='เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</strong></p>
<div id="attachment_3086" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3086" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/melasma-3/"><img class="size-full wp-image-3086" title="เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/Melasma.jpg" alt="เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า" width="200" height="185" /></a><p class="wp-caption-text">เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า</p></div>
<p><strong>1. ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ </strong>โดยการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิดอาจหายได้เองหลังคลอดหรือหลังหยุดใช้ยาคุมกำเนิด (อาจใช้เวลาเป็นสองเท่าของระยะเวลาที่กินยาคุมกำเนิด เช่น ถ้ากินยาอยู่นาน 1 ปี ก็อาจใช้เวลาถ้า 2 ปี กว่าฝ้าจะหาย)</p>
<p><strong>2. ฝ้าอาจมีสาเหตุจากโรคที่ซ่อนเร้นภายในร่างกาย</strong> เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเอสแอลอี ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นที่แก้มคล้ายรอยฝ้าได้ ดังนั้นถ้าพบมีอาการผิดสังเกตอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย ปวดข้อ ผมร่วง เป็นไข้เรื้อรัง เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์</p>
<p><strong>3. ยารักษาฝ้าบางชนิดอาจมีสารเคมีที่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี</strong> (Melanocytes) ทำให้หน้าขาววอกเป็นรอยแดงหรือเป็นรอยด่างอย่างน่าเกลียด ดังนั้น จึงควรระมัดระวังอย่าซื้อยาลอกฝ้ามาทาเองอย่างส่งเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่โฆษณาว่าทำให้หายได้ทันที ยาลอกฝ้าที่ผสมสารปรอทอาจทำให้ฝ้าจางลงแต่อาจมีอันตรายจากการสะสมปรอทที่ผิวหนังและในร่างกายได้</p>
<p><span id="more-3076"></span></p>
<p><strong>4. ในการรักษาฝ้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นแรมเดือนหรืออาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด</strong> เพียงแต่ใช้ยากันแสงและยาลอกฝ้าทาไปเรื่อย ๆ ถ้าหยุดยาอาจกำเริบได้ใหม่ สำหรับฝ้าที่อยู่ตื้อ ๆ (สีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม) มักจะรักษาได้ผลดีแต่ฝ้าที่อยู่ลึก (สีน้ำตาลเทาหรือสีดำ) อาจได้ผลช้าหรือไม่ได้ผลเลย</p>
<p><strong>5. การลอกหน้า ขัดผิว</strong> ตามร้านเสริมสวยทั้งน่ากลัวแล้วยังอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การแพ้ส้มผัส จึงไม่แนะนำให้ไปลอกหน้า ขัดผิว</p>
<p><strong>เรื่องควรรู้เกี่ยวกับกระ</strong></p>
<p><strong>กระ </strong>จัดเป็นเรื่องปกติของคนเอเชียผิวใครไม่มีกระต่างหากที่ถือเป็นเรื่องแปลก กระจะเกิดขึ้นในคนที่มีผิวขาวโดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น และมีกรรมพันธุ์เป็นพื้นฐาน</p>
<p>เป็นเรื่องจริงที่ว่า ถ้าไม่ถูกแสงแดดก็จะไม่เกิดกระ ดังนั้นเราจะพบการเป็นกระเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด อาทิ เช่น ใบหน้า คอ แขน เป็นต้น และกระจะมีสีเข้มและมีจำนวนมากขึ้นในฤดูร้อนที่แดดแรงและจะจางลงในฤดูหนาว</p>
<p><strong>วิธีการรักษากระแบ่งเป็น 2 แนวคิด คือ</strong><br />
หมอจะพยายามเตือนให้คนไข้หลีกเลี่ยงแสงแดดและทายากันแดด (SPF30) ทุกวัน หรืออาจจะใช้ครีม Whitening ไปทาเพื่อให้สีกระจางลง</p>
<p>หมอจะยิงเลเซอร์ให้คนไข้ซึ่งกระก็จะหายไปแต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมากและหลังจากยิงเลเซอร์แล้วจำเป็นอย่างยิงที่จะต้องดูแลตัวเองไม่ให้ถูกแสงแดดหรือไอแดดมิฉะนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาเป็นอีก</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก first</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 17:01:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Baby Oil]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[นม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะกอก]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแพ้ง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามเปียก]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สครับ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สับปะรด]]></category>
		<category><![CDATA[อัลมอนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[แตงกวา]]></category>
		<category><![CDATA[โยเกิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=3095</guid>
		<description><![CDATA[13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ 14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 15. สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด 16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ 17. มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก 18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/' addthis:title='ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3119" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3119" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-2/"><img class="size-full wp-image-3119" title="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/วิตามินกับผิวพรรณ.jpg" alt="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)" width="200" height="133" /></a><p class="wp-caption-text">ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 2)</p></div>
<p><strong>13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น </strong>ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ</p>
<p><strong>14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง</strong> โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด</p>
<p><strong>15. สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กั</strong>น คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด</p>
<p><strong>16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย</strong> การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ</p>
<p><span id="more-3095"></span></p>
<p><strong>17. มะขามเปียก สับปะรด</strong> มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก</p>
<p><strong>18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว</strong> เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>19. เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด </strong>เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี</p>
<p><strong>20. ถ้าคุณมีผิวมัน</strong> ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้</p>
<p><strong>21. ถ้าคุณมีผิวแห้ง</strong> ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง</p>
<p><strong>22. ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย </strong>ใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ</p>
<p><strong>23. การใช้น้ำมัน</strong> จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป</p>
<p><strong>24. การเพิ่มนม โยเกิร์ต</strong> น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด</p>
<p><strong>25. ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ </strong>สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้</p>
<p><strong>26. คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง</strong> เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น</p>
<p><strong>27. ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด</strong> ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก 247freemag</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)</title>
		<link>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2012 17:01:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้คู่ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดผิวกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ครีม]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงมือ]]></category>
		<category><![CDATA[นุ่มนวล]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟองน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[รับผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สบู่]]></category>
		<category><![CDATA[สปา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[สิวอุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เจล]]></category>
		<category><![CDATA[เซลลูไลท์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ผิว]]></category>
		<category><![CDATA[เอเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ใยบวบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cosmaprof.co.th/?p=2947</guid>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล่ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม วิธีทําให้ผิวขาว ได้แก่ 1. วิธีขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า &#8220;foliage&#8221; ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง 2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง 3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย 4. ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว [...]<div class="addthis_toolbox addthis_default_style addthis_" addthis:url='http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/' addthis:title='ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)' ><a class="addthis_button_preferred_1"></a><a class="addthis_button_preferred_2"></a><a class="addthis_button_preferred_3"></a><a class="addthis_button_preferred_4"></a><a class="addthis_button_compact"></a></div>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3101" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a rel="attachment wp-att-3101" href="http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/cosmetic-27/"><img class="size-full wp-image-3101" title="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)" src="http://www.cosmaprof.co.th/wp-content/uploads/2011/08/cosmetic-27.jpg" alt="ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)" width="200" height="143" /></a><p class="wp-caption-text">ผิวขาวเรามีวิธี (ตอนที่ 1)</p></div>
<p>หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล่ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม</p>
<p><strong>วิธีทําให้ผิวขาว ได้แก่</strong></p>
<p><strong>1. วิธีขัดผิว (Exfoliating)</strong> หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า &#8220;foliage&#8221; ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง</p>
<p><span id="more-2947"></span></p>
<p><strong>2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว</strong> ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง</p>
<p><strong>3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง</strong> และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย</p>
<p><strong>4. ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้</strong> ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว</p>
<p><strong>5. ถ้าต้องการขัดผิวหน้าก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง</strong> และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง</p>
<p><strong>6. วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง</strong> สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบและผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย</p>
<p><strong>7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก </strong>นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบา ๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น</p>
<p><strong>8. ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล</strong> เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอกขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาดแล้วล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ</p>
<p><strong>9. ใยบวบ </strong>หรือใยขัดธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไปอาจทำให้แสบผิวได้เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสากและหยาบ เวลาขัดจึงควรขัดเบา ๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำและเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง</p>
<p><strong>10. การใช้ผ้าสำหรับถูตัว</strong> หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิวโดยใช้ร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้</p>
<p><strong>11. เลียนแบบจากสปาชั้นนำ</strong> โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่างเติมเกลือเม็ดลงไปและเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบา ๆ ให้ทั่วตัวและล้างตัวด้วยน้ำสะอาด</p>
<p><strong>12. แปรงแปรงผิวสามารถใช้ได้ดี</strong> โดยขัดเบา ๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปหรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cosmaprof.co.th/2012/01/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

